ประวัติสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2532 ในชื่อ ทีมโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ผู้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด คือ วรวีร์ มะกูดี ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ภายหลังก่อตั้งทีมโรงเรียนศาสนวิทยา หรือสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ปัจจุบันลงแข่งขันในไทยลีก และ ไม่เคยตกชั้นนับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในปี พ.ศ. 2551 เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้เล่นมีชื่อติดฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นจำนวนมาก

เริ่มไต่เต้าจากถ้วยเล็กสุดอย่างถ้วยพระราชทานประเภท ง กระทั่งในการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชัน 1 ฤดูกาล ปี พ.ศ. 2545 – 2546 ทีม ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นหนแรกเป็น สโมสรฟุตบอลไข่มุกดำหนองจอก โดยได้ วีระ มุสิกพงศ์ อดีตนักการเมือง เข้ามาทำทีม แต่แค่ฤดูกาลเดียวเมื่อไม่ประสบความสำเร็จ วีระ ก็เลิกลาไปโดยที่ทีมยังคงอยู่ในลีกดิวิชัน 1 ต่อไป

ฤดูกาลต่อมาของลีกดิวิชั่น 1 ปี พ.ศ. 2546 – 2547 ทีมเปลี่ยนชื่ออีกครั้งตามกลุ่มที่เข้ารับทำทีมต่อคือ สโมสรฟุตบอลหลักทรัพย์โกล์เบล็ค หนองจอก โดยมีสมศักดิ์ เซ็นเชาวนิช เป็นผู้จัดการทีม แต่ปีนั้นทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ จนสุดท้ายก็ต้องตกชั้นไปเล่นในถ้วยพระราชทานประเภท ข ในฤดูกาล ปี พ.ศ. 2547-2548 โดยกลับไปใช้ชื่อเดิม ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

สโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศ พวกเขาเคยชนะเลิศลีกสามระดับในช่วงเวลาสามปีติดต่อกัน ได้แก่ ดิวิชั่น 2 ในปี พ.ศ. 2550, ดิวิชั่น 1 ในปี พ.ศ. 2551 และไทยพรีเมียร์ลีกในปี พ.ศ. 2552 สโมสรชนะเลิศไทยลีกทั้งหมด 4 สมัย และชนะเลิศไทยลีกคัพ 2 สมัย ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือช่วงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่าย และ ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งพวกเขามีผู้เล่นทีมชาติไทยเป็นแกนหลัก และชนะในลีกติดต่อกันถึง 14 นัดจนคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 4 ได้สำเร็จใน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ปี พ.ศ. 2560 สโมสรชนะเกมเหย้าทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม จนได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันระดับทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

เมืองทองมีสโมสรคู่ปรับที่สำคัญหลายสโมสร ได้แก่ ชลบุรี, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และการท่าเรือ ในปี พ.ศ. 2555 ปูนซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี ได้ซื้อกิจการสโมสร ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ ในปี พ.ศ. 2559 – 2560 เอสซีจี เมืองทอง เป็นสโมสรฟุตบอลที่ได้รับความนิยมจากแฟนฟุตบอลชาวไทยมากที่สุดในประเทศ

แล้วความสำเร็จก็ได้เริ่มต้นขึ้น ปี พ.ศ. 2550 ปีนั้นทีมใช้ผู้ฝึกสอนอย่าง นพพร เอกศาสตรา คุมทีมโดยมี โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ชาวเบลเยี่ยมเป็นผู้จัดการทีม ปีนั้นเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ดได้แชมป์ลีกดิวิชัน 2 ครั้งแรกพร้อมได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นลีกดิวิชัน 1 ในปี พ.ศ. 2551 ในปีต่อมา ผู้ฝึกสอนอย่าง สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ สามารถพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกดิวิชัน 1 ปี พ.ศ. 2551 มาครอบครองได้สำเร็จ พร้อมขึ้นชั้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2552 (ไทยลีก ครั้งที่ 13) ไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2552 อันเป็นครั้งแรกของทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ที่ได้ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดของประเทศ นับจากก่อตั้งสโมสรมา 20 ปี และในปีนั้น เมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ดได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกของประเทศไทยไล่จากลีกดิวิชัน 2, ดิวิชัน 1 จนถึงลีกสูงสุดโดยใช้เวลาเพียง 3 ปี

จากนั้นก็ได้แชมป์ ถ้วยพระราชทานประเภท ก (ไทยแลนด์ แชมเปียนส์ คัพ ในปัจจุบัน) ที่สามารถชนะการท่าเรือไทย ได้ 2 – 0 ส่วนถ้วยอื่น ๆ อย่างเอเอฟซีคัพ และไทยคม เอฟเอคัพ ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ ฤดูกาล ปี พ.ศ. 2554 สโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ดได้ลงป้องกันแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ครั้งนี้ทีมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้เป็นแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน แต่ด้วยการไปเล่นเอเอฟซีคัพ

ทำให้มีการเหนื่อยล้าของนักเตะ รวมถึงการเปลี่ยนผู้ฝึกสอนใหม่จากเรอเน เดอซาแยร์ ชาวเบลเยี่ยมมาเป็น การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู สโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ที่ได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2552 ในฤดูกาลก่อนได้ลงป้องกันแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก โดยตลอดทั้งฤดูกาลก็ทำผลงานได้ดีจนได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2553 เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ซึ่งการได้ 2 สมัยนั้นทำให้มีสถิติเทียบเท่าบีอีซี เทโรศาสน, ธนาคารกรุงไทย และทหารอากาศ (หรือแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ในปัจจุบัน) ส่วนก่อนฤดูกาลแข่ง การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู ชาวบราซิล และ เฮ็นริเก คาลิสโต ชาวโปรตุเกสในช่วงเลก 2 ของฤดูกาลมีการเซ็นสัญญาซื้อ ร็อบบี ฟาวเลอร์ ตำนานกองหน้าของ ลิเวอร์พูล เข้าร่วมทีม

ต่อมาในเดือนกันยายน คาลิสโต ที่พาทีมตกรอบเอเอฟซีคัพ ถูกทางสโมสรปลดออก และ ร็อบบี ฟาวเลอร์ ตำแหน่งเพลเยอร์-เมเนเจอร์ (เป็นทั้งผู้จัดการทีมและผู้เล่น) โดยทำการคุมทีมนัดแรกในนัดที่พบกับเอสซีจี สมุทรสงคราม หลังจากนั้นอีกไม่นาน เมื่อเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เพียงอันดับ 3 ในฤดูกาลนี้ ทำให้ ร็อบบี ฟาวเลอร์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง

ตราโลโก้ทีมสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เคยใช้มา