ฟุตบอลโลก – FIFA World Cup

ฟุตบอลโลก

ถ้าพูดถึง ฟุตบอลโลก ก็คงต้องไม่พ้นการพูดถึงกีฬาฟุตบอล นับได้ว่า ฟุตบอล เป็นกีฬาที่มีคนสนใจมากเป็นอันดับหนึ่งอยู่ทั่วมุมโลกเลย เห็นได้จากเวลาที่มีการแข่งขันรายการใหญ่อย่างฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลยูโร ก็จะมีบริษัทต่าง ๆ ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการแข่งขันออกมาขายตอบสนองความต้องการของแฟนบอลในตลาดอยู่เสมอ เช่น เสื้อฟุตบอลทีมชาติต่างๆ น้ำอัดลมกรป๋องลายปรเทศต่างๆ ลูกฟุตบอลโลก พวงกุญแจฟุตบอลโลก แก้วฟุตบอลโลก เป็นต้น

จึงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า กีฬาชนิดนี้ ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจริง ๆ และวันนี้เรามี ประวัติฟุตบอลโลก และ กติกามาทำให้รู้จัก ซึมซับไปกับฟุตบอลโลกมากขึ้น และเพื่อทำให้เกิดอรรถรสในการเชียร์ฟุตบอลครั้งต่อไปยิ่งขึ้น

และผู้ที่ริเริ่มให้มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งแรกก็คือ จูลส์ ริเมท์ (Jules Rimet) เป็นชาวฝรั่งเศส โดยได้เสนอในที่ประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เมื่อปี ค.ศ.1902 แต่กว่าจะลงตัวและเริ่มจัดขึ้นจริง ๆ คือปี ค.ศ.1930 ซึ่งประเทศที่ได้เกียรติเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก ครั้งแรกได้แก่ ประเทศอุรุกวัย

โดยมีประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 13 ชาติ และประเทศอุรุกวัยก็คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะประเทศอาร์เจนตินาไป 4-2 ประตู ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแด่ จูลส์ ริเมท์ ถ้วยรางวัลชนะเลิศจึงใช้ชื่อ “ ถ้วยจูลส์ ริเมท์ ”

จูลส์ ริเมท์ (Jules Rimet)

ฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลโลก ฟีฟ่า (อังกฤษ: FIFA World Cup) การแข่งขันจะจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ทีมชาติของประเทศต่างๆ โดยมีชุดทีมชาติชาย ร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) และกำลังจะได้เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 ใน ฟุตบอลโลก 1930 ได้ทำการยกเว้นในปี ค.ศ. 1942 และ 1946 เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อน โดยประเทศบราซิล รับเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งของหลาย ๆ ชาติ เพราะควันหลงจากสงครามโลกนั่นเอง

ต่อมาในปี ค.ศ.1970 ประเทศบราซิลได้คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 จึงได้สิทธิ์ครอบครอง ถ้วยจูลส์ ริเมท์ (ซึ่งก็ได้ถูกขโมยไปในภายหลัง) ทางสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติจึงได้จัดทำถ้วยรางวัลขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อถ้วยว่า “ ฟีฟ่า ” ทำด้วยทองคำ มีความสูง 36 เซนติเมตร มูลค่าประมาณ 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ในปี ค.ศ.1982 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 12 ทางสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติได้ปรับเปลี่ยนจำนวนทีมเข้าแข่งขันจากเดิม 16 ทีม เป็น 24 ทีม และในปี ค.ศ.1998 ต่อมาก็เพิ่มจาก 24 ทีมเป็น 32 ทีม เนื่องจากฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมไปแพร่หลายทั่วโลก แต่ละประเทศมีการพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาก จึงน่าจะมีทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายมากขึ้นตามไปด้วย จนได้ชื่อว่าเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก

ทีมที่เป็นแชมป์เปียนส์ ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดก็คือ ทีมชาติฝรั่งเศส ที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 และจะเข้ารักษาแชมป์ เข้าสู่รอบสุดท้าย ในการแข่งขันครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นใน ประเทศกาตาร์

ฝรั่งเศสแชมป์ ฟุตบอลโลก ล่าสุด
ฝรั่งเศส เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกล่าสุด 2018

การแข่งขันฟุตบอลโลก ในยุคปัจจุบัน ประกอบด้วย 32 ทีม ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณ 1 เดือน ซึ่งการแข่งขันในรอบ 32 ทีมสุดท้ายนี้ เรียกว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

ส่วนในรอบคัดเลือกที่แข่งขันก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันจะต้องใช้เวลาร่วม 3 ปี เพื่อเพื่อคัดเอา 31 ชาติ จาก 5 ทวีปเข้าไปแข่งขัน โดยอีกหนึ่งทีมมาจากประเทศเจ้าภาพ

32 ประเทศที่เข้ามาแข่งรอบในสุดท้าย

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 21 ครั้ง มีชาติที่ชนะในการแข่งขัน 8 ชาติ ได้แก่ ทีมชาติบราซิล ชนะ 5 ครั้ง และเป็นทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกครั้ง

ส่วนทีมชาติอื่นที่ชนะการแข่งขันคือ ทีมชาติอิตาลี และ ทีมชาติเยอรมนี ชนะ 4 ครั้ง, ทีมชาติอาร์เจนตินา ทีมชาติอุรุกวัย และ ทีมชาติฝรั่งเศส ชนะ 2 ครั้ง และ ทีมชาติอังกฤษ และ ทีมชาติสเปน ชนะ 1 ครั้ง

ฟุตบอลโลกเป็นฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และมีผู้ชมมากที่สุดในโลก โดยรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 มีผู้ชมราว 715.1 ล้านคน เยอะมากที่สุดที่เคยมีในประวัติศาสตร์เลย

มาดูทางด้าน ถ้วยฟุตบอลโลก กันบ้าง ถ้วยฟุตบอลโลก เป็นแรงบันดาลใจให้นักฟุตบอลทีมต่างๆอยากจะต่อสู้ในการแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ฝีเท้า และ ศักดิ์ศรีของประเทศชาติของเหล่านักฟุตบอล ถ้วยนี้มีน้ำหนักถึง 4,970 กรัม ทำด้วยทองแท้ 18 กะรัต สูง 36 เซนติเมตร เรียกว่า ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup rophy) ออกแบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิ ก้า ในปี ค.ศ. 1971 โดยเส้นของรูปปั้นนี้ขึ้นมาจากฐาน เป็นรูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังยกโลก ดูมีพลังคลื่อนไหวในตัวเพื่อเป็นจังหวะแห่งการฉลองชัยชนะ

ซิลวิโอ กาซซานิก้า (Silvio Gazzaniga)

ถ้วยเวิลด์คัพ ใบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันปีค.ศ.1974 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สำเร็จครอบครองไว้นาน 4 ปี แต่ ถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ถือว่าถ้วยนี้จะต้องอยู่ถาวรกับ ฟีฟ่า ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสม ส่วนที่ฐานซึ่งมีแหวนคาดสองเส้น มีพื้นที่ไว้สลักชื่อผู้ชนะ 17 ช่อง ซึ่งเมื่อถึงปี ค.ศ. 2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ จากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากัน

ถ้วยเดิมชื่อ ถ้วยจูลส์ ริเมต์ ซึ่งเป็นชื่อของประธานฟีฟ่า ชาวฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตามฟุตบอลโลก ก็จะยังมีประวัติใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมลงไปในประวัติศาสตร์อีกในอนาคตอีกมากมายอย่างแน่นอน มาถึงจุดนี้แล้วคงต้องบอกว่าฟุตบอลโลกเป็นกีฬาที่คนทั้งโลกชอบมากเป็นพิเศษ และ จะมีต่อไปอีกหลายพันปีอย่างแน่นอน