ฟุตบอลไทย ลีก

ฟุตบอลไทย

ฟุตบอลไทย ลีก หรือที่เรียกย่อกันอีกชื่อนึงว่า T1 เป็นลีกระดับสูงสุดใน ประเทศไทย ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นจาก ฟุตบอลไทย ลีก เป็นลีกระดับสูงสุดในประเทศไทย ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นจาก นายกสมาคมฟุตบอล โดย ท่าน ดร.ดาโต๊ะ วิจิตร เกตุแก้ว

การแข่งขันฟุตบอลครั้งแรกของ ไทย ลีก เป็นการแข่งขันใน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ก. (ถ้วยใหญ่) นับว่าเป็นที่มาการประเดิม เปิดตัวชื่อ ไทย ลีก อย่างเป็นทางการเลย โดยมีทีมสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันกัน ทั้งหมด 16 ทีม จากเดิมตอนแรกทีมที่ เข้าการแข่งขันมีเพียงแค่ 12 ทีม

ต่อมาจนถึง ฤดูกาล ปี พ.ศ. 2545 – 2546 มีความจำเป็นต้องลดจำนวนทีม ด้วยเหตุผลของ นายกสมาคมฟุตบอล เหลือแค่ 10 ทีม ฤดูกาล ปี พ.ศ. 2549 ได้เพิ่มอีก 2 ทีม เข้ามาเป็น 12 ทีม เหมือนเดิม และในฤดูกาล ปี พ.ศ. 2550 ได้เพิ่มเข้ามาอีก 4 ทีม จนปัจจุบันครบแล้ว 16 ทีม โดยเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลทีมสามอันดับสุดท้าย จะตกชั้นไปสู่ ไทยแลนด์ดิวิชั่น 1 ลีก แล้วทีมที่อยู่ 3 อันดับบนของ ดิวิชั่น 1 ลีก ก็จะขึ้นมาเล่นบน ไทยพรีเมียร์ลีก (T1) แทน 

เมื่อ ปี พ.ศ. 2550 ตอนนั้น ฟุตบอลไทย ลีก ได้ทำการรวมลีกกับโปรวินเชียล ลีก โดยทีมสโมสรฟุตบอลชลบุรี เป็นทีมแรกจากโปรวิเชียน ลีก ที่ได้แชมป์ ไทย ลีก ในฤดูกาล พ.ศ. 2550 และเมื่อ ปี พ.ศ. 2552 ทาง AFC ได้มีกฎระเบียบว่า ด้วยความเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ สมบูรณ์แบบแล้ว (ที่วัดผลงานจากที่ทีมชลบุรีได้คว้าแชมป์ไป) ทำให้สมาคมฟุตบอลจึงต้องจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ขึ้นมาเพื่อดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีก ภายในประเทศ ให้เป็นฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง

ชลบุรีเป็นแชมป์แรกของ ฟุตบอลไทย ลีก

 

แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก แรกของ ชลบุรี FC

ไทย ลีก (T1) ลีกฟุตบอลสูงสุด ประเทศไทย ที่ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นปีที่ 24 ที่ยาวนานมากับ เรื่องราวที่มีทั้ง ความมัน ความสนุก ความเข้มข้น ความสวยงาม และ น่าจดจำสำหรับแฟนบอลชาวไทยหลายๆคนเลยก็ว่าได้ จากการฟาดฟัน ฟาดแข้ง แลกเลือดกันมาอย่างดุเดือด ที่มีทีมเต็งหลายทีมอย่างเช่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , SCG เมืองทอง ยูไนเต็ด , ชลบุรี FC , เชียงราย ยูไนเต็ด , แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นต้น

อย่างที่ดังกล่าวไป ทุกๆทีมเล่นสู้กันอย่างสนุกมาก มากจนได้รับกระแสความนิยมจากแฟนบอลที่ต่างกันแชร์ แลกเปลี่ยนความรู้สึกกันทั่วถึงออกไปจนใน ปี พ.ศ. 2554 นั้น นายวรวี มกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีแนวคิดที่จะเพิ่มทีมใน ไทย ลีก เป็น 18 ทีม โดยมีทีมจากลีก ดิวิชั่น 1 ขึ้นมาเพิ่มขึ้นอีก เพื่อเป็นการเพิ่มความท้าทาย และ ใส่ความกดดันลงไปให้กับสองลีก ทั้ง ไทย ลีก และ ดิวิชั่น 1 เหมือนกับฟุตบอลต่างประเทศ ให้ยิ่งสนุกขึ้นเพิ่มไปอีก และ ได้ผลประโยชน์จากกระแสตอบรับจากแฟนบอลอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีอีกอย่างนึงที่น่าสนใจสำหรับ การแข่งขันที่กำลังฟาดฟันบน ไทย ลีก กันอยู่นี้คือ การคัดเลือกทีมตัวแทนไปแข่งขันในระดับเอเชีย ทีมชนะเลิศจะได้สิทธิ์ไปเล่นในรายการ AFC แชมป์เปียนส์ลีก ถ้วยที่ใหญ่ที่สุดในโซนเอเชีย ส่วนทีมที่ได้รองชนะเลิศ และอันดับที่ 3 จะได้ไปแข่งในรายการเดียวกัน

จะแข่งขันใน รอบคัดเลือก รอบสอง (กรณีทีมที่ชนะเลิศหรือรองชนะเลิศ ไทย ลีก และสโมสรที่ชนะเลิศ ไทย เอฟเอคัพ ในฤดูกาลเดียวกัน เป็นทีมเดียวกัน สิทธิ์ที่จะได้รับแข่งขัน จะตกเป็นของสโมสรที่ได้คะแนนอันดับที่ 4 ของลีกแทน) ส่วนสโมสรที่ได้คะแนนรองลงมา จะเรียงอันดับลดหลั่นกันตามคะแนนรวมที่ได้ โดยสโมสรที่จบฤดูกาลในสามอันดับสุดท้าย จะตกชั้นสู่ ไทย ลีก 2 และ ทีมที่อันดับสูงที่สุดสองทีมใน ไทย ลีก 2 จะเลื่อนชั้นไป พร้อมกับอีกหนึ่งทีม ที่มาจากการชนะเลิศในการแข่งขันเพลย์ออฟ ระหว่างอันดับที่ 3, 4, 5 และ 6

AFC ฟุตบอลไทย

 

รายการ AFC แชมป์เปียนส์ลีก ทีมชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนไปแข่ง


ส่วนด้านการแข่งขันฟุตบอล ไทย ลีก เพื่อเรียงอันดับว่าใครจะได้เข้าไปลุย และ ไปลุ้นต่อในรอบเพลย์ออฟ ถ้วย AFC จะแข่งขันพบกันทั้งหมดทุกทีม ทั้ง เหย้า เยือน 2 นัด รวม 30 นัดต่อทีม โดยจะแข่งขันกันในช่วงเดือน มีนาคม ถึง ตุลาคม ทุกปี รวมเป็นทั้งหมด 240 นัด ต่อฤดูกาล รูปแบบการแข่งขัน ซึ่งในแต่ละนัด ผู้ชนะจะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ไม่ได้คะแนน

และนอกเหนือจากถ้วยแชมป์ทั้ง ไทย ลีก และ AFC แชมป์เปียนส์ลีก ที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ มีโปรแกรมในทีมชาติ ให้นักฟุตบอลได้พิสูจน์ตนเองว่าดีพอแล้วหรือยัง ที่จะเป็นตัวแทนของทีมชาติไทย วัดผลงานจากการแข่งขันใน ไทย ลีกนี้แหละ ถือว่าท้ายทายนักฟุตบอลทุกคน และโดย ณ ปัจจุบัน หาผลประโยชน์จากตรงนี้ได้เยอะเลยทีเดียว