เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน

สโมสรนี้เป็นอีกหนึ่งทีมที่ไม่แม้แต่สาวกแฟนๆ เอฟเวอร์ตัน ต้องอ่าน สาวกทีมอื่นๆก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน เพราะทีมสโมสรนี้ก็ไม่ใช่ทีมเล็กๆอย่างที่คุณคิด ถึงยุคนี้แล้วอะไรๆก็เปลี่ยนกันไปมากมายหลายอย่างมาก

SPORTTOUR วันนี้ได้นำข้อมูลแบบคร่าวๆอีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจในเกาะอังกฤษ ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นการ กำเนิดใหม่ของสโมสรนี้เลยทีเดียว

สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน (อังกฤษ: Everton Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลของอังกฤษ มีสนามเหย้าคือ กูดิสันพาร์กในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งห่างจากสนามแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลเพียงแค่สวนสาธารณะกั้น เอฟเวอร์ตันเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองของลิเวอร์พูล แฟนฟุตบอลชาวไทยตั้งฉายาให้ว่า “ทอฟฟีสีน้ำเงิน”

สโมสร เอฟเวอร์ตัน หรือ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ชื่อที่คนไทยนิยมเรียกกัน เป็นอีกสโมสรหนึ่งในอังกฤษที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1878 โดยใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอล เซนต์โดมิงโกตามชื่อโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองลิเวอร์พูล และเปลี่ยนชื่อเป็นสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในปี ค.ศ. 1884 ในยุคก่อตั้งสโมสร เอฟเวอร์ตันใช้สนามแอนฟีลด์โรดเป็นสนามเหย้า โดยมี จอห์น โฮลดิง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูลและสมาชิกสภาผู้แทนพรรคอนุรักษนิยมเป็นประธานสโมสร

เอฟเวอร์ตันคว้าแชมป์แรกได้ในฤดูกาล 1890-1891 ซึ่งในปีนั้น “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” มีชุดทีมเป็นเสื้อสีชมพูอ่อน กางเกงสีฟ้า ถุงเท้าสีฟ้า และต่อมากลุ่มแฟนบอลเอฟเวอร์ตันได้เรียกร้องให้ใช้เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีขาว ถุงเท้าสีขาว เป็นชุดประจำสโมสรมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.1892 ผู้บริหารสโมสรได้ตัดสินใจปลด จอห์น โฮลดิง ออกจากตำแหน่งและได้ย้ายทีมเอฟเวอร์ตันไปยังฝั่งตะวันตกของสแตนลีย์พาร์ก ซึ่งในสมัยนั้นเรียกพ้นที่บริเวณนั้นว่า กรีน เมอร์ ต่อมาสนามแห่งนั้นถูกเรียกชื่อตามถนน เป็นกูดิสันพาร์ก จนถึงปัจจุบัน ในฤดูกาล 1893-1894 แจ็ค เซาธ์เวิร์ธ เป็นดาวยิงสูงสุดของลีกอังกฤษ ด้วยจำนวน 27 ประตู ซึ่งอดีตนักเตะแบล็กเบิร์นโรเวอส์รายนี้ถือเป็นดาวซัลโวสูงสุดรายแรกของเอฟเวอร์ตัน

ฤดูกาล 1927-1928 (หลังสงครามโลกครั้งที่ 1) เอฟเวอร์ตันได้สร้างสถิติที่ไม่มีใครลบได้จนถึงปัจจุบัน เมื่อดิ๊กซี่ ดีน กองหน้าชาวอังกฤษทำประตูให้กับสโมสรได้ถึง 60 ประตูในหนี่งฤดูกาล และเป็นสถิติการทำประตูในหนึ่งฤดูกาลที่มากที่สุดในลีกอังกฤษ

เอฟเวอร์ตันเริ่มต้นยุคใหม่ในปี 1961 (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) เมื่อได้จอห์น มัวส์ มหาเศรษฐีชาวเมืองลิเวอร์พูล ที่เป็นเจ้าของกิจการลิต เติลวูด พูล และ ธุรกิจการส่งของทางอากาศ เป็นประธานสโมสร โดยมี แฮร์รี แคทเทอร์ริค เป็นผู้จัดการทีม

ซึ่ง เอฟเวอร์ตัน ยุคนั้นมี โฮเวิร์ด เคนดัลล์, อลัน บอลล์ และ โคลิน ฮาร์วีย์ เป็นกำลังสำคัญซึ่งทั้ง 3 พาทีมครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้อีกครั้งในฤดูกาล 1962-1963 ก่อนที่ แฮร์รี แคตเทอร์ริค จะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ

หลังจากนั้น บิลลี บิงแฮม ได้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแทน แคตเทอร์ริค แต่เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่คุมทีม จนในที่สุดบอร์ดบริหารได้ตัดสินใจปลด บิงแฮม ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง กอร์ดอน ลี มารับตำแหน่งแทน แต่ผลงานโดยรวมของ เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ดีขึ้นแต่งอย่างใด

ในช่วงทศวรรษที่ 1980-1990 เป็นการกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของทีมสีน้ำเงิน เมื่อ ฟิลิป คาร์เตอร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสร แทนที่จอห์น มัวร์ส และได้ดึง โฮเวิร์ด เคนดัลล์ เป็นผู้จัดการทีม โดยที่ เคนดัลล์ นำความสำเร็จมาสู่เอฟเวอร์ตันอีกครั้ง โดยพาทีมคว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ ในปี 1984 และสามารถเอาชนะลิเวอร์พูลในศึกแชริตี้ ชิลด์

ปีถัดมายังได้แชมป์ดิวิชั่น1 มาครอง ในปี 1984-1985 โดยทิ้งลิเวอร์พูลอันดับ 2 ถึง 13 แต้ม และคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพวินเนอร์คัพมาครอง ด้วยการ ถล่มราปิด เวียนนา จากออสเตรีย 3-1 ฤดูการ 1986-87 เอฟเวอร์ตันกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอีกครั้ง และเป็นครั้งล่าสุดที่ทำได้

ทศวรรษที่ 1990 เอฟเวอร์ตัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงประธานสโมสรอีกครั้งโดยมี ปีเตอร์ จอห์นสัน เข้ามาบริหารงาน และได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมเป็น โจ รอยส์ , โคลิน ฮาร์วีย์ และ โฮเวิร์ด เคนดัลล์ ซึ่งทั้งหมดคือดีตนักเตะของทีมนั่นเอง แต่ผลงานของทีมก็ไม่ดีขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาดังกล่าวทีมได้แชมป์ เอฟ เอ คัพ ในปี 1995 เท่านั้น

เดวิด มอยส์ ผู้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ เอฟเวอร์ตัน

กระทั่งปี 1999 บิลล์ เคนไรท์ ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสรและได้แต่งตั้ง วอลเตอร์ สมิธ เป็นผู้จัดการทีม จนถึงปี 2002 เอฟเวอร์ตัน ก็ได้ตัว เดวิด มอยส์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยในฤดูกาลแรก เดวิด มอยส์ พาเอฟเวอร์ตัน หนีตกชั้นได้สำเร็จโดยจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 15 ฤดูกาลต่อมาก็พาทีมสร้างผลงานอันสุดยอดโดยการจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 แม้ว่าฤดูกาลต่อมานักเตะจะเล่นด้วยความรู้สึกเหมือนไร้หัวใจ จนเกือบร่วงสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพโดยมีคะแนนอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนน และเริ่มฤดูกาล 2003-2004 โดยการสูญเสียดาวยิงที่เป็นความหวังของทีมอย่าง เวน รูนี่ย์ ไปให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่เดวิด มอยส์ กลับสร้างเซอร์ไพรซ์ ด้วยการพาทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 คว้า ตั๋วใบสุดท้ายไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือก และสร้างความหวังให้แก่สาวกของเอฟเวอร์โตเนี่ยน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือก และยังกระเด็นตกรอบยูฟ่าคัพอีกด้วย

กำเนิดใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน กับโค้ชใหม่ คาร์โล อันเชล็อตติ

คาร์โล อันเชล็อตติ ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าประสบการณ์การคุมทีมฟุตบอล เก๋าสุดยอด พาทีมแต่ละทีมเป็นต่างๆ แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยกับ 2 สโมสร (เอซี มิลาน 2 สมัย, เรอัล มาดริด 1 สมัย) คือหลักฐานยืนยันความสามารถ ส่วนประสบการณ์คุมทีมแทบไม่ต้องพูดถึง เรียกว่า “เจนจบ” เลยดีกว่า ผ่านมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำถึง 4 สมรภูมิลูกหนัง ทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา, พรีเมียร์ลีก, ลีก เอิง และบุนเดสลีกา โดยเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดกับ เอซี มิลาน, เชลซี, เปแอสเช่ และ บาเยิร์น มิวนิค

โค้ชคนใหม่ป้ายแดงของทอฟฟี่สีน้ำเงิน เข้ามายกระดับให้ทีมสโมสรนี้มากมายจริงๆ และ เป็นสิ่งที่น่าเซอไพร้อีกอย่างนึงก็คือ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่เคยคุมทีมเล็กมาก่อนเลย คาร์โล อันเชล็อตติ ยอมลดตัว ลงมารับงานอันไม่ต่างจากว่ายน้ำแข่งกับจระเข้ในพ่อเพาะเลี้ยง หากดูจากเกียรติประวัติของเขา เอฟเวอร์ตัน เป็นสโมสรที่มีขนาดเล็กเกินไปกว่าชื่อเสียงของเขา โอกาสเสียฟอร์มค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ขอขอบคุณสาระดี จาก ufabet.com