ประวัติของ แดนนี่ อิงส์ กองหน้าจอมเก๋าของนักบุญแดนใต้

แดนนี่ อิงส์

SPORTTOUR วันนี้จะพาไปรู้จักกับอดีตดาวยิงชื่อดังที่เคยค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ปัจจุบันกลายเป็นกองหน้าจอมเก๋าของนักบุญแดนใต้ เซาแธมป์ตัน ที่เคยสยบความร้อนแรงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลายเป็นฝันร้ายของลิเวอร์พูลที่ขุดฟอร์มไม่ออก เพราะคนนี้ เขาคือ แดนนี่ อิงส์

ข้อมูลนักเตะ แดนนี่ อิงส์

  • ชื่อเต็ม : แดเนี่ยล วิลเลี่ยม จอห์น อิงส์ (Daniel William John Ings)
  • เกิด : 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1992
  • อายุ : 28 ปี
  • สัญชาติ : อังกฤษ
  • สโมสรปัจจุบัน : เซาแธมป์ตัน , เบอร์ 9
  • ตำแหน่ง : กองหน้า
  • ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ แดนนี่ อิงส์

ครอบครัวของ แดนนี่ อิงส์ เกิดที่ย่าน วินเชสเตอร์ ในเมือง แฮมป์เชียร์ เขาได้เริ่มต้นค้าแข้งฟุตบอลอาชีพจริงๆ กับสโมสร เซาแธมป์ตัน ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปเรียนต่อ แต่หลังจากนั้นเขาได้รับการเซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึกของสโมสรเป็นเวลา 2 ปีกับทีมสโมสร บอร์นมัธ ในเดือน พฤษภาคม 2008 และ ได้เข้าร่วมกับสถาบันความเป็นเลิศของสโมสร ซึ่งเขาได้ลงเตะเก็บประสบการณ์กับทีมสำรองก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2009 ในเกมที่บุกไปพ่าย นอร์ทแฮมป์ตัน ทาวน์ 1-2 รายการ ลีก โทรฟี่ โดยถูกส่งลงสนามแทน เจสัน ทินดาลล์ ในครึ่งเวลาหลัง เขาลงเล่นให้กับทีมเยาวชนจนกระทั่งถึงหน้าร้อนของปี 2010 ก่อนจะได้รับการต่อสัญญาไปอีก 3 เดือนในเดือน กันยายน 2010 และจะทำให้เขาอยู่ต่อกับทีมจนจบฤดูกาล 2010-11

อิงส์ สมัยค้าแข้งให้กับ บอร์นมัธ

ในเดือน กันยายน 2010 เขาถูกส่งตัวให้กับทีมใน คอนเฟอเรนซ์ เซาธ์ อย่าง ดอร์เชสเตอร์ ทาวน์ ด้วยสัญญายืมตัว 1 เดือน และลงสนามเปิดตัวให้กับ “เดอะ แม็กพายส์” เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2010 และซัดประตูตีเสมอให้กับทีมได้สำเร็จ ก่อนที่จะพ่าย เอ็บบ์สฟลีต ยูไนเต็ด 1-2 คาบ้านในที่สุด สำหรับประตูที่สองของเขากับทีม เกิดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน เป็นการยิงจุดโทษในเกมที่เอาชนะ แมงโกตส์ฟิลด์ ยูไนเต็ด ในศึก เอฟเอ คัพ

หลังจากนั้นเขาได้รับการขยายสัญญาเพิ่มอยู่กับทีมไปอีกหลายเดือน และ สามารถทำประตูเป็นกอบเป็นกำให้กับทีม จากการลงสนามทั้งหมด 13 นัดในทุกรายการ ยิงไปทั้งสิ้น 7 ประตู จนกระทั่งในวันที่ 23 พฤศจิกายน ทางด้านของ ดอร์เชสเตอร์ ทาวน์ จำต้องยุติสัญญายืมตัว และ ส่งตัวเขากลับไปยังต้นสังกัดที่แท้จริง เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงอยู่พอสมควร

ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2010 อิงส์ ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่ยาวไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2012 และเขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับทีมในวันที่ 28 ธันวาคม 2010 ในเกมที่บุกพ่าย เอมเค ดอนส์ 0-2 ในศึก ลีก วัน ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายครึ่งแรก และสุดท้ายเขาก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว และสังหารประตูแรกช่วยให้ทีมเอาชนะ สวินดอน ทาวน์ 3-2 ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2011 จากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้สโมสรทำการจับต่อสัญญาต่อไปถึงปี 2013

โดยในตลาดซื้อ-ขายช่วงซัมเมอร์ของปี 2011 เขาตกเป็นข่าวกับหลายดังอย่าง เซลติก, ลิเวอร์พูล และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นทางด้านของ ฟูแล่ม ซึ่งในขณะนั้นยังเล่นอยู่ในลีกสูงสุด เป็นทีมเดียวที่ยื่นข้อเสนอซื้อตัวทั้งสิ้น 400,000 ปอนด์ (ประมาณ 21.3 ล้านบาท) แต่กลับถูกปฎิเสธจากทางสโมสร และในเดือน กรกฎาคม 2011 เขาได้รับรางวัลด้วยการต่อสัญญาฉบับที่ 5 ยาวไปอีก 1 ปี

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2011 อิงส์ ได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทัพ เบิร์นลี่ย์ ในลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัว แต่คาดว่าน่าจะอยู่ราว ๆ 1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 53 ล้านบาท) ด้วยระยะสัญญายาว 4 ปี และยังเป็นการร่วมทัพของอดีตกุนซือ บอร์นมัธ อย่าง เอ็ดดี้ โฮว์ ซึ่งย้ายมาทำงานก่อนหน้าราวๆ 8 เดือนก่อน

ดิงส์ สมัยค้าแข้งให้กับ เบิร์นลี่ย์

เขาลงสนามเป็นเกมแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2012 ในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ บาร์นสลี่ย์ 2-0 โดยลงสนามมาแทน ชาร์ลี ออสติน ส่วนเกมแรกที่เขาลงสนามเป็นตัวจริงเกิดขึ้นในอีก 1 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2012 ในเกมลีกที่เปิดรังเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 1-1 สำหรับประตูแรกของเขากับทีมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ในเกมที่ถล่มเอาชนะ พอร์ทสมัธ 5-1

อิงส์ เริ่มต้นฤดูกาล 2012-13 ได้อย่างสวยหรู ด้วยการก้าวขึ้นเป็นตัวจริงอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ทีมปล่อย เจย์ โรดริเกวซ ให้กับ เซาแธมป์ตัน แต่น่าเสียดายที่เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณหัวเข่าและต้องพักยาวกว่า 6 เดือน หลังได้รับบาดเจ็บในระหว่างปรีซีซั่น จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูกาล 2013-14 ในเดือน มีนาคม 2014 แดนนี่ อิงส์ ได้รับรางวัลผู้เล่น แชมเปียนส์ ชิพ ยอดเยี่ยมแห่งปีมาครองได้สำเร็จ ด้วยการยิงประตูไปทั้งสิ้น 22 ประตู และ ยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้อีกด้วย

ประสบการณ์แรกกับพรีเมียร์ลีกของเขา เกิดขึ้นในเกมที่พ่าย เชลซี 1-3 ที่สนาม เทิร์ฟ มัวร์ บ้านของพวกเขาเอง และ สำหรับประตูแรกในศึกพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเป็นการแพ้ให้กับ เอฟเวอร์ตัน 1-3 โดยสิ้นสุดฤดูกาล 2014-15 เขาสามารถประตูได้ทั้งหมด 11 ลูกในทุกรายการให้กับ เบิร์นลี่ย์ จากการลงสนาม 37 เกมทั้งในลีกและบอลถ้วย แต่ก็ไม่สามารถพาทีมให้รอดพ้นการตกชั้นกลับสู่ลีก เดอะ แชมเปียนส์ชิพ ได้

หลังจบฤดูกาล 2014-15 แดนนี่ อิงส์ จะหมดสัญญากับทางสโมสรทันที และในเวลาเดียวกัน ลิเวอร์พูล ได้ยื่นข้อเสนอดึงตัวเขาเข้ามาร่วมทีมทันที โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2015 ทางสโมสร ลิเวอร์พูล ได้บรรลุข้อตกลงสัญญาส่วนตัวและเหลือเพียงแค่เข้าตรวจร่างกาย หลังจากจบศึก ยูโร ยู-21 ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

จุดพลิกชีวิตของ แดนนี่ อิงส์ ทว่ามีทั้งดีและไม่ดี

อิงส์ และ บอสใหญ่ เจอเก้น คล็อปป์ ในเครื่องหมายสโมสร ลิเวอร์พูล

และแล้ว ทางสโมสรลิเวอร์พูลก็ประกาศคว้าตัว แดนนี่ อิงส์ ได้อย่างเป็นทางการจาก เบิร์นลี่ย์ ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 อิงส์ ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดแรก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0-3 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015 อิงส์ลงสนามเป็นตัวสำรองแทน คริสตีย็อง แบนเตเก้ และทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ นอริชซิตี 1-1 ต่อมา ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2015 อิงส์ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่ กูดิสันพาร์ก 1-1

ในวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 2015 อิงส์มีปัญหาอาการบาดเจ็บมาจากเกมทีมชาติที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าทำให้เขาพักทั้งฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ต่อมา ในวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล อิงส์กลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยลงสนามเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน ที่เดอะฮอว์ทอนส์ 1-1 ในฤดูกาล 2016-17 อิงส์เริ่มต้นด้วยการเล่นชุดสำรองให้กับลิเวอร์พูลเพื่อช่วยให้เขาเรียกความฟิตกลับมา ต่อมา ในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2016 อิงส์มีปัญหาอาการบาดเจ็บอีกครั้งที่หัวเข่าข้างขวาจากเกมอีเอฟแอลคัพ รอบ 4 กับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ทำให้เขาต้องพักนานประมาณ 7-9 เดือนและพักทั้งฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ต่อมา ในวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2017 อีเอฟแอลคัพ รอบ 3 อิงส์กลับมาลงสนามอีกครั้งในรอบ 11 เดือน หลังจากมีอาการบาดเจ็บ โดยลงสนามเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เลสเตอร์ซิตี 0-2 ถึงแม้จะมีอาการบาดเจ็บตามรบกวนอยู่บ่อย แต่อิงส์ก็ยังคงรักษาฟอร์มที่ดีของตนไว้ได้อย่างสม่ำเสมอในยามที่ได้ลงสนาม

จนถึงตอนนี้ อิงส์ ก็ได้ย้ายกลับมายังสโมสรที่เขาเคยได้เรียนรู้ และ วิชาที่ร่ำเรียนมาที่แรกที่ที่เขาเคยอยู่กับ เซาแธมป์ตัน นั่นเอง เนื่องจากไม่สามารถยึดตัวจริงให้กับ ลิเวอร์พูล ได้ จึงเห็นว่า ด้วยที่ตนเองไม่ประสบความสำเร็จกับสโมสรนี้ ขอออกไปผจญภัยกับสโมสรเก่า เดินหน้าหาอนาคตตัวเองให้เจอ

เกียรติประวัติ

สโมสร เบิร์นลี่ย์ : รองแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ : 2013-14

รางวัลส่วนตัว

Football League Championship Player of the Month : October 2013
Football League Championship Player of the Year : 2013-14
Football League Championship PFA Team of the Year : 2013-14
Standard Chartered Liverpool Player of the Month : กันยายน 2015

ขอขอบคุณบทความประวัตินักฟุตบอล โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/