ประวัติของ แพทริค แบมฟอร์ด เจ้าหนูอัศวินแห่งยูงทอง

แพทริค แบมฟอร์ด

SPORTTOUR วันนี้จะพาไปรู้จักกับว่าที่กองหน้าตัวเก่ง อนาคตของทีมชาติอังกฤษที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง พึ่งพาทีมขึ้นมาจาก ลีก แชมเปียนส์ชิพ สู่ทีมที่กลายเป็นฝันร้ายของทีมยักษ์ใหญ่ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กันเลยทีเดียว เขาคือ แพทริค แบมฟอร์ด เจ้าหนูศูนย์หน้ายอดดาวยิง และ ดาวซัลโวสูงสุดของ Peacock (ชื่อเล่นของ ลีดส์ ยูไนเต็ด) หรือที่เรียกฉายาของทีมว่า ยูงทอง

ข้อมูลนักเตะ แพทริค แบมฟอร์ด

  • เกิด : 5 กันยายน ค.ศ. 1993
  • อายุ : 27 ปี
  • สัญชาติ : อังกฤษ
  • สโมสรปัจจุบัน : ลีดส์ ยูไนเต็ด , เบอร์ 9
  • ตำแหน่ง : กองหน้า
  • ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ แพทริค แบมฟอร์ด

เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นอกจากกองหน้าแล้ว เขายังสามารถเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกได้อีกด้วย เขาเป็นถูกผู้น่าจับมามองมากที่สุดคนนึงในเวลานี้ และ ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีนี้คงต้องเอ่ยถึงกองหน้าสัญชาติอังกฤษของ ลีดส์ ยูไนเต็ด กันหน่อยเพราะเด่นเหลือเกิน แถมยังถูกแฟนบอลเชียร์กันว่าให้เป็นตัวจริงของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่อีกด้วย แน่นอนว่าด้วยการที่เขาฟันฝ่าอุปสรรค และ บททดสอบต่างๆ จนกลายมาเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของทีม ยูงทอง แถมตอนนี้ยังมีลุ้นโอกาสติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตามที่แฟนบอลชาวอังกฤษเชียร์กันใหญ่โวเลย

แพททริค แบมฟอร์ด จากนักเตะที่ไม่มีใครรู้จักจนกลายมาเป็นศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงใน ขณะนี้ ต้องบอกเลยในนามคำว่า ทีมชาติอังกฤษ นั้นอยู่แค่เอื้อมของเจ้าหนูคนนี้แล้ว

เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการลงเล่นนัดแรกให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2011 เดือนถัดมา เขาย้ายร่วม เชลซี ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ เชลซีปล่อยเขายืมตัวให้กับ มิลตัน คีนส์ดอนส์, ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และ มิดเดิ้ลสโบรช์ ซึ่งเขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ แชมเปียนส์ชิพ กับสโมสรหลัง

ต่อจากนั้น เขาถูกปล่อยยืมตัวให้กับ คริสตัล พาเลซ, นอริช ซิตี้ และเบิร์นลีย์ ก่อนที่จะย้ายไป มิดเดิ้ลสโบรช์ อีกครั้งด้วยค่าตัวประมาณ 5.5 ล้านปอนด์ เจ้าหนูคนนี้ได้ย้ายร่วม ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 และ มีส่วนช่วยให้สโมสรชนะเลิศ EFL Championship ฤดูกาล 2019-20 และ เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 ภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซโล บิเอลซา เรียกว่าย้ายทีม ร่อนเร่ กันเลยทีเดียวกว่าจะมาจบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้

ครั้งนึง แบมฟอร์ด เกือบแจ้งเกิดกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี ได้

เขาลงเล่นให้กับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีเพียงหนึ่งนัด ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษจนถึงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ใน ค.ศ. 2019 เขากลับไปเล่นให้กับไอร์แลนด์อีกครั้ง

แม้เขาจะเกิดที่ประเทศอังกฤษ แต่ครอบครัวของเขา นั้นไม่ได้เป็นชาวอังกฤษแท้ ๆ โดยแม่ของเขาเป็นชาวไอริช ที่มาแต่งงานกับพ่อของเขาที่เป็นชาวอังกฤษแท้ ๆ ซึ่งพ่อของ แบมฟอร์ด เคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่เชื้อสายทั่วไปของสหราชอาณาจักรที่มักจะนิยมเขามาอาศัยในประเทศอังกฤษ แบมฟอร์ด เกิดมาในครอบครัวที่ฐานะค่อนข้างดี ซึ่งทำให้เขาไม่ต้องขาดแคลนสิ่งต่าง ๆ ในวัยเด็ก และ นี้คือสิ่งที่เขาสามารถมุ่งหน้าเรียน และ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคตตามคุณพ่อของเขา

เขาได้เติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้กับ นอร์เวลส์ ใน นอร์ทติงแฮมไชน์ โดยที่ แบมฟอร์ด เป็นลูกชายคนโตจากพี่น้องทั้งหมด 3 คน

ใส่แว่นเท่ๆ อยู่นั่นคือ แบมฟอร์ด นั่นเอง

เมื่อสมัยที่ แบมฟอร์ด ในวัย 8 ขวบ ได้เข้าสู่ระบบเยาวชนของทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อย่างเต็มตัวเขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากครอบครัวทำให้เขามีความสม่ำเสมอและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ นอกจากที่เขาจะเป็นนักเตะเยาวชนของทีมแล้ว แบมฟอร์ด ก็เริ่มได้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในฐานะ เด็กที่มีคุณสมบัติจะเป็นนักเตะอาชีพในอนาคต และ เขายังได้เป็นนักเตะที่ได้ลงสนามในฐานะ Lucky Boy อีกด้วย พร้อมยังได้ลงไปถ่ายรูปคู่กับกรรมการในสนามเหย้าของทีมชุดใหญ่มาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะอิจฉาอย่างมากในเด็กๆ วัยเดียวกันที่ต่างมีความฝันอยากลงไปสัมผัสกับพื้นหญ้าของสนามเหย้าทีมชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต

ในปี 2011 แบมฟอร์ด ได้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จในวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น แต่เขาก็เป็นเหมือนกับนักเตะเยาวชนดาวรุ่งของทีมทั่วไปเนื่องจากโอกาสที่จะได้ลงเล่นมีเพียงน้อยนิด เพราะทีมเจ้าป่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตอนนั้น กำลังแข่งขันอย่างขับเคี่ยว อยู่ใน ลีก แชมเปียนส์ชิพ ระดับสองของประเทศอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อว่าเล่นกันได้อย่างหนัก และ ดุเดือดที่สุดในโลก ส่งผลในเขาได้ลงเล่นกับทีมไปเพียง 2 เกมเท่านั้น หลังจากนั้น แบมฟอร์ด ก็กลายเป็นนักเตะร่อนเร่ไปทั่ว ทีมนู้นยืมตัวที ทีมนี้ยืมตัวบ้าง ดังที่กล่าวไป ยังไม่สามารถสร้างผลงานเป็นเสาหลักตัวจริงให้กับทีมสโมสรใดได้เลย

จุดพลิกชีวิตของ แพทริค แบมฟอร์ด ได้มาถึง

ในฤดูกาล 2017-2018 ทีมที่เคยยืมตัว แพททริค แบมฟอร์ด อย่าง มิดเดิ้ลสโบรช์ ก็ตัดสินใจดึงตัวเขาเข้ามาร่วมทีมอย่างถาวรด้วยสัญญา 2 ปี เนื่องจากตัวนักเตะได้หมดสัญญากับทีม เชลซี เรียบร้อยแล้ว โดยในฤดูกาลแรกที่เขาลงเล่นในกับทีมเจ้าตัวลงสนามไป 9 นัด และยิงได้ 1 ประตู จนกระทั่งในฤดูกาลที่ 2 นั้น แพททริค แบมฟอร์ด ได้รับโอกาสมากขึ้นและกลายเป็นมาตัวหลักของทีม ซึ่งเขาลงเล่นไปทั้งหมด 44 นัด และยิงได้ถึง 13 ประตู ซึ่งเป็นผลงานที่ไม่เลวเลยทีเดียว

หลังจากเขาหมดสัญญากับทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ อดีตทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ได้ดึงเขามาร่วมทีม และยังได้มอบเบอร์ 9 ให้กับเจ้าตัวอีกด้วยซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะกลายเป็นศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีมอย่างแน่นอน โดยมีข่าวว่ายูงทองยอมทุ่มเงิน 7 ล้านปอนด์ บวกกับโบนัส ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 17 ปี ตั้งแต่เคยจ่ายให้กับ ร็อบบี้ ฟาวเรอร์

โดยทีมยูงทองในความสำคัญกับ แบมฟอร์ด อย่างมาก โดยให้โอกาสลงสนามในฤดูกาลแรก 25 นัด และเขาทำได้ถึง 10 ประตู ต่อมาในฤดูกาลถัดมา แบมฟอร์ด ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์เบอร์หนึ่งของทีมอย่างเต็มตัว โดยลงสนามสูงถึง 47 นัด และทำได้ 16 ประตู เป็นส่วนสำคัญในการพาทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก แชมเปียนส์ชิพ และได้ขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

แบมฟอร์ด กำลังฉลองแชมป์
แบมฟอร์ด กำลังถือถ้วยแชมป์พร้อมกับขึ้นชั้นไปเล่นในเวทีใหญ่ พรีเมียร์ลีก

เกียรติประวัติ

ลีดส์ ยูไนเต็ด : EFL Championship : 2019–20

รางวัลส่วนตัว

  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของ ฟุตบอลลีกวัน : ตุลาคม 2013
  • ผู้เล่นดาวรุ่งประจำเดือนของ ฟุตบอลลีก : ธันวาคม 2013
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ ฟุตบอลลีก แชมเปียนส์ชิพ : 2014–15

ขอขอบคุณบทความนานาสาระ ประวัติ นักฟุตบอล โดย ufabet.com