ประวัติของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับสุดยอดนักฟุตบอลระดับโลกที่ในวงการฟุตบอลคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชายคนนี้ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะเขาคนนี้มีฝีเท้าที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ด้วยรางวัลมากมายที่ได้รับถือเป็นเครื่องหมายการยืนยันได้เป็นอย่างดี เขาคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ข้อมูลนักเตะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

  • เกิด : 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985
  • อายุ : 36 ปี
  • สัญชาติ : โปรตุเกส
  • สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส , เบอร์ 7
  • ตำแหน่ง : กองหน้า
  • ส่วนสูง : 184 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ลงเล่นฟุตบอลในนามของเยาวชน อังดูริญญ่า อยู่ 2 ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีม นาซีอูนัล ในปี ค.ศ. 1977 และ ได้ทำสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่ในโปรตุเกสอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน

โรนัลโด้ เข้าสู่เส้นทางสายฟุตบอลอาชีพ โดยเริ่มต้นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน กับชุดทีมระดับเยาวชน ก่อนที่ในปี 2001 จะขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้สำเร็จ  เมื่ออายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น หลังได้มีโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง นัดแรก ก็สามารถทำได้ 2 ประตู กับทีม โมไรเรนเซ่ ขณะเดียวกันเขาก็ยังติดทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี อีกด้วย ซึ่งเป็นรายการศึกชิงแชมป์ยุโรป

โรนัลโด้ สมัยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพแบบเป็นทางการกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน

หลังจากเสร็จภารกิจในศึกฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ยู-17 ชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างในโลกลูกหนัง มีแมวมองจากทีมลีกชั้นนำของยุโรปจับตามองอย่างมากมาย กุนซือต่างๆ ยกให้เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลประเทศโปรตุเกสสมัยนั้นทันที หนึ่งในนั้นคือ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ที่สมัยนั้นคุมทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อนที่จะล้มเลิกการล่าลายเซ็นเจ้าหนูวัย 17 ปี รายนี้ เนื่องจากเขามองว่า โรนัลโด้ ยังเด็กเกิน ด้วยความที่เปี่ยมพรสวรรค์, ทักษะ และ มาพร้อมด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่เกินวัย

อีก 2 ปีถัดมา ฝีเท้าของยอดดาวรุ่งแห่ง ลิสบอน ก็ไปเตะตาของ ยอดบรมกุนซือของพลพรรค ผีแดง อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นผู้จัดการทีมในสมัยนั้น โดยเขาพาทีมไปลงเตะอุ่นเครื่องกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนเปิดฤดูกาล 2003/2004 ก่อนที่จะโดน โรนัลโด้ ที่วัย 19 ปี ในตอนนั้นเผาเครื่องจนยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษไปไม่เป็น ก่อนที่จะถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้ไปถึง 3-1 จนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องรีบดึงตัวเจ้าหนูนี้มาร่วมทัพในทันที ด้วยค่าตัว 12.21 ล้านปอนด์ มาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เซอร์ อเล็กซ์ ไม่รอช้าที่จะคว้าชายที่ชื่อ โรนัลโด้ มาร่วมทีม

โรนัลโด้ ได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อเบอร์ 7 ต่อจาก เดวิด เบ็คแฮม ที่อำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปร่วมทัพ รีล มาดริด เรียกได้การสวมยูนิฟอร์มของ แมนยู หมายเลข 7 นี้ ทำให้ชื่อเสียงของ โรนัลโด้ โด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ชื่อเสียงก็มาพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาล ท่ามกลางความคาดหวังของเหล่าพลพรรค “Red Devil” จนมีครั้งหนึ่งเขาเคยขอเปลี่ยนเบอร์เสื้อเป็นหมายเลข 28 ตามเดิมเหมือนที่เค้าเคยสวมในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่ถูกปฏิเสธจากสโมสร เนื่องจากทุกคนต่างมากว่า โรนัลโด้ เหมาะสมแล้วที่จะสืบทอดตำนานหมายเลข 7 ต่อจาก เดวิด แบ็คแฮม ต่อไปในอนาคต

เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ได้ลงสัมผัสสนามบนเวที พรีเมียร์ ลีก เกมแรก ในวันที่ 16 สิงหาคม 2003 กับ “ปีศาจแดง” คือ เกมที่เดินทางไปถล่ม โบลตัน วันเดอเรอร์ส ไปถึง 4-0 โดยลงสนามมาในนาทีที่ 60 แทน นิคกี้ บัตต์ และฤดูกาลเดียวกันนั้น นัดที่แมนยูพบกับแอสตัน วิลล่า โรนัลโด้ ต้องโดนใบแดงครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขา ด้วยการไปเตะบอลทิ้งทั้งที่กรรมการเป่าหยุดเกมไปแล้ว ทำให้เขาต้องโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไป ก่อนที่จะปิดฤดูกาลแรกของเขากับแมนยู โรนัลโด้ ได้รับเลือกเป็น 11 ตัวจริง นัดชิงแชมป์ FA Cup กับสโมสร มิลล์วอลล์ สามารถซัดไป 1 ประตู ช่วยให้แมนยูคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองด้วยสกอร์ 3-0 จบฤดูกาลแรก เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ต่อมาในฤดูกาลที่ 2 ของ ปี 2004/2005 โรนัลโด้ กับแมนยูไนเต็ด ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเท่าปีแรกที่เข้ามา ตลอดทั้งฤดูกาลลงเล่นไป 50 นัด ซัดไปเพียง 9 ประตู ในฤดูกาลนี้เองที่ โรนัลโด้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องของสไตล์การเล่น ที่มักจะชอบเลี้ยงบอลและโชว์ทักษะการหลอกคู่ต่อสู้ บ่อยครั้งทำให้จังหวะการเล่นของทีมเสียและไม่เป็นทีมเวิร์ค ก่อนที่ท้ายฤดูกาล แมนยู มีโอกาสเข้าไปชิงดำกับ สโมสร อาร์เซน่อล แต่ในนัดนั้นพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ “ไอ้ปืนใหญ่” หลังเสมอในเกมกันที่ 0-0 ก่อนที่จะมาดวลจุดโทษตัดสิน สุดท้ายแมนยูพ่ายไป 5-4

ถึงเวลาที่เขาตัดสินใจต้องออกไปหาความท้าทายใหม่

ฤดูกาล 2007/2008 คือซีซั่นที่ โรนัลโด้ ประกาศความยิ่งใหญ่ของตนเองให้โลกรู้ ด้วยการกดไปถึง 42 ประตู จากการลงสนามเพียง 49 นัด พ่วงด้วยการพาปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ คือ ถ้วนลีกสูงสุดของอังกฤษอย่าง พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 ของสโมสร และถ้วยบิ๊กเอียร์ แชมป์ใหญ่ที่สุดแห่งยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่คว่ำเชลซีลงได้จากการดวลจุดโทษ ชนะไป 6 ประตูต่อ 5 ก่อนจะส่งให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ คว้ารางวัลบัลลงดอร์และรางวัลรองเท้าทองคำไปครองได้สำเร็จ และ นั้นเป็นการกระตุ้นให้ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่กำลังกระหายแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุด และ เริ่มมองหานักเตะระดับโลกมาช่วยยกระดับทีมโดยมีชื่อโปรเจค กาลาติกอส 2 หรือการรวมเหล่านักเตะที่มีฝีเท้าระดับโลกมารวมไว้ด้วยกัน สร้างทีมรวมดาราที่ยิ่งใหญ่และ โรนัลโด้ คือเป้าหมายแรกของ เรอัล มาดริด ที่จะเริ่มโปรเจคนี้ เวลานั้น ประธานของเรอัล มาดริด นามว่า ฟลอเรนติโน เปเรซ พร้อมทุ่มเงินมหาศาลเป็นสถิติโลกเวลานั้นถึง 100 ล้านปอนด์ (6,300 ล้านบาท) เพื่อที่จะคว้าตัวของ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพให้ได้ ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะทำการเบรกเอาไว้และขอให้ โรนัลโด้ อยู่ช่วยทีมก่อนอีก 1 ปี

หลังจากนั้นเพียงฤดูกาลถัดมา 2008/2009 เป็นครั้งสุดท้ายที่ โรนัลโด้ ใส่ชุดยูนิฟอร์มสีแดงหลังจากเขาขายวิญญาณให้กับปีศาจไปถึง 6 ปีเต็ม เขาไปย้ายเข้าสู่สเปนเพื่อเจอความท้าทายใหม่ๆ และหนึ่งความท้าทายของเขา คือ ลิโอเนล เมสซี่

โรนัลโด้ เปิดตัวกับ เรอัล มาดริด ท่ามกลางผู้คนมากกว่า 80000 คน

เพียงฤดูกาลแรก 2009/2010 โรนัลโด้ สามารถโชว์ฟอร์มอันร้องแรงด้วยการกะซวกไปถึง 33 ประตูจากการลงสนาม 35 นัด ซึ่งเขาสามารถครองรางวัลดาวซัลโวสูงสุด ของ ลา ลีกา ได้ทันทีตั้งแต่ย้ายเข้ามาในซีซั่นแรก แต่ด้านความสำเร็จของสโมสรกลับตรงกันข้าม เรอัล มาดริด ได้แค่ อันดับ 2 ในลีก ส่วนรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ที่ประธานเปเรซหมายมั่นปั่นมือว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ ก็ทำได้เพียงจอดที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น และบอลถ้วยอย่าง โกปา เดล เรย์ ย่ำแย่ไม่แพ้กันถูกหยุดที่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ก่อนที่ต่อมาในฤดูกาลที่ 2 ภายใต้การคุมทัพของโค้ชคนใหม่อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์คนเก่งและเป็นคนโปรตุเกสเช่นเดียวกัน และเพิ่งพาทีม อินเตอร์ มิลาน เถลิงบัลลังแชมป์ ยูฟ่า มาหมาดๆ เพราะมาดริดหวังที่จะกลับไปยิ่งใหญ่บนเวทียุโรปอีกครั้ง ฤดูกาลนี้ ซีอาร์เซเว่น ยังคงรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นของตนเองได้ดีเช่นเดิม หลังทำประตูอย่างถล่มทลายถึง 53 ประตู จากการเล่นลง 54 นัด ส่วนในด้านความสำเร็จของสโมสรก็ดีขึ้นมาหน่อย ด้วยการคว้าแชมป์บอลถ้วยอย่าง โกปา เดล เรย์ และเขาเป็นคนซัดประตูชัยประตูเดียวในเกมนี้ในนาทีที่ 103 ส่งเรอัล มาดริด คว้าแชมป์และเป็นแชมป์แรกของเขากับราชันชุดขาว แต่สำหรับยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ถ้วยที่มาดริดต้องการมากที่สุด พวกเขาทำได้เพียงผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น

ในอีก 5 ปีถัดมา โรนัลโด้ สามารถพา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า อีก 3 สมัยติดต่อกัน คือปี 2015/2016, 2016/2017, 2017/2018 และยังสร้างสถิติมากมายนับไม่ถ้วน และหนึ่งในนั้นคือ รางวัล บัลลงดอร์ ได้เพิ่มมาอีก 4 สมัย รวมทั้งหมดที่ได้รับคือ 5 สมัย เทียบเท่า ลิโอเนล เมสซี คู่แข่งตลอดกาลของตน โรนัลโด้ กวาดรางวัลส่วนตัวเป็นว่าเล่น แม้ตลอดการเล่นให้เรอัล มาดริด ของเขาจะสุดยอดเพียงใด แต่ยามที่เขาฟอร์มตกมักจะถูกแฟนบอลของตนเองกล่าวโทษและโห่ไล่อยู่เสมอ ทำให้ตนตัดสินใจสิ้นสุดการค้าแข่งกับเรอัล มาดริด ย้ายเข้าสู่ เซเรีย อา อิตาลี ภายใต้อ้อมอกของม้าลายยูเวนตุส ในปี 2018 และเริ่มความท้าทายใหม่ในชีวิตการค้าแข้งของเขา

โรนัลโด้ ปิกฉากเส้นทางกับ ราชัน ชุดขาว มาซบ ม้าลาย

ต่อมาในปี 2018 โรนัลโด้ได้ตัดสินใจแยกทางกับ เรอัล มาดริด ย้ายเข้าสู่ กัลโช่ เซเรีย อา ด้วยวัย 33 ปี พร้อมกับค่าตัวมหาศาลที่เกินกว่าจะจ่ายให้นักเตะในวัย ขึ้นเลข 3 แต่ไม่ใช่กับ ชายที่ชื่อว่า “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ม้าลายยูเวนตุส ยอมควักสูงถึง 100 ล้านปอนด์ เพื่อดึงมาร่วมทัพ จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ “โรนัลโด้เอฟเฟ็กต์” แฟนบอลต่างยินดีและชื่นชอบกับดีลนี้ที่เกิดขึ้นมาก ซึ่งเหตุผลที่เขาตัดสินใจเลือกย้ายมาหาความท้าทายใหม่ที่ อิตาลี่ เพราะเขาหลงแฟนบอลยูเว่มากๆ

โรนัลโด้ ยูเว่
เปิดตัว โรนัลโด้ กับต้นสังกัดใหม่สโมสร ยูเวนตุส

แต่ทั้งนี้หลายคนเชื่อว่าเหตุผลที่แท้จริง ที่เขาตัดสินใจย้ายออกจาก เรอัล มาดริด เป็นเพราะประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน เปเรซ ที่ไม่ชื่นชอบ CR7 เนื่องจากเขาดูมีอิทธิพลต่อทีมมากเกินไป และประธานอย่าง เปเรซ ชื่นชอบ เกเร็ธ เบล มากกว่า ถึงขนาดที่ โรนัลโด้ ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ก็ไม่มีการจัดแมตอำลา หรือแม้กระทั้งได้กล่าวอำลาแฟนบอลชุดขาวเลย

โรนัลโด้ ยังโชว์ความสุดยอดเหมือนเดิม เขาทำลายสถิติมากมายกับยูเวนตุส เช่น เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ลงเล่นชนะในศึกยูฟ่าแชมป์เปี่ยนลีก 100 นัด และอีกสถิติที่เขาสามารถทำได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาร่วมทัพ คือ ประตูได้ 10 ประตู หลังลงเล่นไปเพียง 14 นัดแรก คนที่ทำได้ในสโมสรยูเวนตุส มีเพียงแค่ จอห์น ชาร์ลส์ เท่านั้น โรนัลโด้ ได้แชมป์แรกกับยูเวนตุสในเมือ มกราคมปี 2018 คือ แชมป์  ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา โดยการเอาชนะ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ก่อนที่จะได้แชมป์ เซเรียอา อิตาลี แชมป์ลีกสูงสุดอีก 1 สมัย ตามมา ทำให้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ่วาเขาเป็นนักเตะคนแรกที่แชมป์ลีกสูงสุด ของ อังกฤษ, สเปน และ อิตาลี จบฤดูกาลแรกด้วยสถิติ 21 ประตู 8 แอสซิส

เกียรติประวัติ

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

  • แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย 2006 – 2007 , 2007 – 2008 , 2008 – 2009
  • แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย 2003 – 2004
  • แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย 2005 – 2006 , 20008 – 2009
  • แชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์ 1 สมัย 2007
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย 2007 – 2008
  • แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย 2008

สโมสร เรอัลมาดริด :

  • แชมป์ลาลีก้า 1 สมัย 2011 – 2012
  • แชมป์โกปา เดล เรย์ 2 สมัย 2010 – 2011 , 2013 – 2014
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย 2013 – 2014
  • แชมป์ยูฟ่าคัพซุปเปอร์คัพ 1 สมัย 2014

สโมสร ยูเวนตุส :

  • แชมป์เซเรียอา 1 สมัย 2018 – 2019
  • ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา 1 สมัย 2018

รางวัลส่วนตัว

  • FIFA Ballon d’Or 2008, 2013, 2014, 2016, 2017
  • FIFA World Player of the Year 2008
  • FIFPro World Player of the Year 2008
  • FIFPro Special Young Player of the Year 2003-2004, 2004-2005
  • FIFA Puskas Award 2009
  • The Best FIFA Men’s Player 2016, 2017
  • European Golden Shoe 2007-2008, 2010-2011, 2013-2014, 2014-2015
  • World Soccer Player of the Year 2008, 2013, 2014, 2016, 2017
  • PFA Portuguese Player of the Year 2016, 2017
  • Premier League Golden Boot 2007–2008
  • Premier League Player of the Season 2006–2007, 2007–2008
  • PFA Young Player of the Year 2006–2007
  • PFA Players’ Player of the Year 2006–2007,2007–2008
  • PFA Premier League Team of the Year 2005–2006, 2006–07, 2007–2008, 2008–2009
  • Premier League Player of the Month November 2006, December 2006, January 2008, March 2008
  • UEFA Team of the Year 2004, 2007, 2008, 2009, 2010, 2011, 2012, 2013, 2014, 2015, 2016
  • UEFA Club Footballer of the Year 2007-2008
  • UEFA Best Player in Europe Award 2014, 2016, 2017
  • UEFA Champions League Squad of the Season 2013–2014, 2014–2015, 2015–2016, 2016–2017, 2017–2018
  • UEFA European Championship Team of the Tournament 2004, 2012, 2016
  • UEFA European Championship Silver Boot 2016
  • UEFA Euro All Time XI
  • FIFA World Cup Dream Team 2018

ขอขอบคุณบทความสาระนักฟุตบอลโดย ufabet.com