ประวัติของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พ่อมดน้อยของเจ้าบุญทุ่ม

คูตินโญ่

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับนักเตะที่ได้เป็นเจ้าของฉายาพ่อมดน้อยต่อจาก อันเดรส อิเนียสต้า อดีตกองกลางหัวใจของ บาร์เซโลน่า เขาคือ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตกองกลางจอมยิงไกลของ ลิเวอร์พูล

ข้อมูลนักเตะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

  • เกิด : 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992
  • อายุ : 28 ปี
  • สัญชาติ : บราซิล
  • สโมสรปัจจุบัน : บาร์เซโลน่า , เบอร์ 14
  • ตำแหน่ง : กองกลาง
  • ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กอร์เรอา เขาเปรียบเสมือนผลงานชิ้นโบแดงของศูนย์ฝึกฟุตบอลของประเทศบราซิลอย่าง วาสโก ดา กาม่า อคาเดมี่ ที่ได้ปลุกปั้นมิดฟิลด์ผู้นี้มาตั้งแต่เขามีอายุเพียงแค่ 6 ขวบ โดยเจ้าตัวใช้เวลาฝึกฝนและพัฒนาฝีเท้าเป็นเวลา 10 ปี ก่อนที่จะไปฉายแสงขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ วาสโก ดา กาม่า ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเกินอายุของเขาในเวลานั้น จึงทำให้ได้รับฉายาจากแฟนบอลว่า อัจฉริยะลูกหนัง และมีชื่อติดทีมชาติบราซิลรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งนั่นถือเป็นการประกาศศักดาให้กับตัวเอง เมื่อเจ้าตัวได้ทำการตะบันแฮชทริคใส่ อิหร่าน ในเกมอุ่นเครื่อง ด้วยความร้อนแรงของ คูตินโญ่ ในวัยเพียงแค่ 16-17 ปี ฟอร์มของเขาได้เข้าไปสะดุดตาทีมมหาอำนาจลูกหนังของประเทศอิตาลี อย่างทีม อินเตอร์ มิลาน เข้าอย่างจัง

ในปี 2008 อินเตอร์ มิลาน ได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตัวดาวรุ้งชาวบราซิลผู้นี้เข้ามาอยู่ในถิ่น ซาน ซิโร่ แต่ทว่า วาสโก ดา กาม่า มีความต้องการที่จะเก็บ คูตินโญ่ ไว้เพื่อใช้งานและด้วยข้อเสนอที่ทาง อินเตอร์ มิลาน ยื่นมานั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจของต้นสังกัด อย่างไรก็ตามความพยายามของทาง อินเตอร์ มิลาน ได้กลับมาสัมฤทธิ์ผลในปี 2010 ในยุคการคุมทีมของ ราฟาเอล บานิเตซ ที่ได้ยื่นความประสงค์แก่ มัสซิโม โมรัซติ ประธานสโมสร ได้ทำการเดินหน้ายื่นข้อเสนออย่างจริงจังอีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวกับ คูตินโญ่ ว่าเขาจะมีอนาคตภายใต้สโมสร อินเตอร์ มิลาน อย่างแน่นอน ทำให้ คูตินโญ่ ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในถิ่น ซาน ซิโร่ จนทำให้ อินเตอร์ มิลาน คว้าตัว คูตินโญ่ มาจาก วาสโก ดา กาม่า ด้วยค่าตัว 3.8 ล้านยูโร

คูตินโญ่ 2

ในช่วงแรกที่ คูตินโญ่ ได้ย้ายเข้ามาฝึกซ้อมกับ อินเตอร์ มิลาน นั้น เขาต้องใช้เวลาในการปรับตัวและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมอยู่นาน เนื่องจากภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างจากที่บราซิล จากนั้นเขาจึงค่อยๆ พัฒนาตัวเองและขยับขึ้นมามีบทบาทกับการฝึกซ้อมกับนักเตะสตาร์ดังบนทีมชุดใหญ่ โดยเกมแรกที่เขาได้ประเดิมให้กับ อินเตอร์ มิลาน คือแมตซ์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่ อินเตอร์ มิลาน พบกับ แอตเลติโก มาดริด โดยเขาได้มีส่วนร่วมในศึกแชมป์ชนแชมป์เพียงแค่ 10 นาทีสุดท้ายเท่านั้น แต่เส้นทางฟุตบอลในถิ่น ซาน ซิโร่ ของเขานั้นเหมือนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะวิธีการเล่นและตำแหน่งของเขาตรงกับนักเตะระดับบิ๊กเนมของทีมในเวลานั้นอย่าง เวสลีย์ ชไนเดอร์ จึงทำให้ช่วงตลาดหน้าหนาวของซีซั่น 2012 เปิดตัวขึ้น เขาจึงจำใจต้องย้ายไปร่วมทีมกลางตารางในลีกสเปนอย่าง เอสปันญ่อล ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

คูตินโญ่ 3

ช่วงเวลาที่เขาย้ายมาร่วมกับ เอสปันญ่อล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลับมามีฟอร์มการเล่นโดดเด่นและมีชื่อติดตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะจังหวะการยิงฟรีคิกและการสอดแทรกขึ้นไปทำประตูได้อย่างเด็ดขาดของเจ้าตัว จนทำให้ คูตินโญ่ สามารถซื้อใจแฟนบอลชาวคาตาลันได้อย่างง่ายดาย เมื่อหมดสัญญาการยืมตัวเขาจึงต้องเดินทางกลับมาสู่ อินเตอร์ มิลาน และกลับมาอยู่ที่ม้านั่งสำรองอีกครั้ง ด้วยความเบื่อหน่ายและหมดคุณค่าในตัวเอง อินเตอร์ มิลาน จึงตัดสินใจตั้งค่าตัวของ คูตินโญ่ ไว้ที่ 10 ล้านยูโร่ เมื่อข่าวนี้ได้ถูกกระจายออกไปในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ 2 ทีมดังจากลีกเมืองผู้ดีอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล และ เซาท์แฮมป์ตัน ต่างให้ความสนใจและพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอเพื่อทำการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เข้ามาร่วมทีมทันที เพราะ ลิเวอร์พูล กำลังต้องการจะเสริมทัพในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ ลีก ในซีซั่นหน้า และเนื่องจาก ลิเวอร์พูลในเวลานั้นได้มีเพื่อนร่วมชาติของเขาอย่าง ลูคัส เลว่า อยู่ในทีม จึงทำให้ปี 2013 คูตินโญ่ ตัดสินใจเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 11.70 ล้านยูโรในที่สุด

จุดแจ้งเกิดเต็มตัวของพ่อมดน้อย

หลังจากที่ คูตินโญ่ ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เขาถือว่ามีความมั่นคงและเป็นกำลังสำคัญให้ทีม ลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก โดยฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 ของลิเวอร์พูลที่หมายถึงผู้เล่นในตำแหน่งจอมทัพของทีมอีกด้วย จากที่เป็นนักเตะที่นั่งสำรองรอโอกาสจากนักเตะบิ๊กเนมในถิ่น ซาน ซโร่ ตอนนี้เขากลับกลายเป็นกำลังหลักสำคัญและมีส่วนขับเคลื่อนให้ หงส์แดง มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยเซ้นส์และสปีดบอลที่สามารถพลิกแพลงในการเล่นพื้นที่แคบๆ ตอบโจทย์ตามความต้องการของสาวก เดอะ ค็อป ได้อย่างแจ่มแจ้ง หลังจากที่ลิเวอร์พูลนั้นขาดแคลนนักเตะสไตล์นี้มาอย่างยาวนาน

โดยแมตซ์เปิดตัวของ คูตี้ นั้นเกิดขึ้นในถิ่นแอนฟิลด์ในเกมที่พบกับ เวสบรอมวิช ที่ได้ลงมาสัมผัสเกมในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แทน สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนที่จะถูก เวสบรอมวิช ยำคาบ้านไปด้วยสกอร์ 0-2 แต่อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็สามารถกลับมาแก้ตัวได้ในเกมถัดมาที่พวกเขาเปิดบ้านถล่ม สวอนซี ไปถึง 5-0 ซึ่งนั่นเปรียบเสมือนเกมเปิดตัวที่แท้จริงของ คูตี้ โดยเขาสามารถทำประตูได้ 1ประตู และยังจ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรส พังประตูเข้าไปในนาทีที่ 46 ซึ่งนั่นเป็นช็อตเด็ดสร้างความประทับใจให้กับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีมในเวลานั้น จนทำให้สถานะของเขากับทีมเปลี่ยนไปทันตาเห็น เพราะหลังจากนั้น คูตี้ ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงมาอย่างต่อเนื่องและเขายังทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ พึงพอใจเป็นอย่างมากจากฟอร์มการเล่นและจังหวะทำเกมรุกที่น่ากลัว, การแอสซิสต์ที่เฉียบขาด, และการทำประตูที่แม่นยำ และเขายังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวาจนได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน มีนาคม และ เมษายม 2013 พร้อมทั้งคว้ารางวัลดาวรุ่งฟอร์มร้อนแรงที่สุดของสโมสรไปได้อีกด้วย

หลังจากฤดูกาลแรกที่เปิดตัวกับ หงส์แดง ได้อย่างยอดเยี่ยม คูตี้ ยังคงไม่ลดความร้อนแรงของตัวเอง โดยเขาได้รับตำแหน่งเป็นจอมทัพของทีมและพาลิเวอร์พูลขึ้นไปมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ก่อนที่จะได้รับอาการบาดเจ็บในจังหวะที่เข้าปะทะ แอชลีย์ วิลเลียม ในเกมที่พบกับสวอนซี จึงทำให้ฤดูกาล 2013-2014 ลิเวอร์พูลจบอันดับได้เพียงที่ 2 ของตารางและพลาดการคว้ามแชมป์ไปในที่สุด

จนกระทั่งในฤดูกาลต่อมาได้มีการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยการเข้ามาของ เจอเกนส์ คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมัน ที่เข้ามาคุมทีมและปลุกความยิ่งใหญ่ให้กลับสโมสรได้อีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ คูตี้ ได้พัฒนาฝีเท้าและฉายแสงฟอร์มเก่งขึ้นมาอีกครั้ง จนฟอร์มการเล่นของเขาได้ไปเข้าตาทีมต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า ยอดทีมดังจากประเทศสเปน และได้แสดงถึงความต้องการที่จะคว้าตัวดาวเตะรายนี้เข้ามาครอบครองอย่างจริงจัง แต่ทว่าก็ได้ถูก ลิเวอร์พูล ปฏิเสธไปอย่างหน้าตาเฉย แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเสียสมาธิไปจากเกมลูกหนังได้ เพราะยังคงโชว์ผลงานและฟอร์มที่เร้าร้อนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพทีมที่ยังไม่สามารถทำผลงานขึ้นไปถึงการเป็นแชมป์ของลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ ลีก ได้นั้น ทำให้ คูตี้ เริ่มมีคิดถึงอนาคตของตัวเองและตัดสินใจขอขึ้นบัญชี ซื้อ-ขาย เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสถึงความสุดยอดของการเป็นแชมป์ และแน่นอนว่าต้องเป็น บาร์เซโลน่า ทีม UFO จากประเทศสเปน ที่พร้อมจะดูดตัวของ คูตี้ ขึ้นสู่ยานแม่ในทันที

จนกระทั่งวันที่ 6 มกราคม 2018 ลิเวอร์พูลได้บรรลุข้อตกลงกับทางสโมสร บาร์เซโลน่า ด้วยข้อเสนอการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตี้ ด้วยค่าตัวราวๆ 120 ล้านปอนด์ มาร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยความคาดหวังจากแฟนบอลจึงทำให้เขายังคงต้องพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างมากในสโมสรแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถพังแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ได้อย่างรวดเร็วในศึก ลา ลีก้า สเปน ที่บาร์เซโลน่าเปิดรังเอาชนะ ฌิโรนา ไปได้ถึง 6-1 และยังผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งจบฤดูกาล 2017-2018 เขาสามารถคว้าแชมป์ ลา ลีก้า สเปน ร่วมกับต้นสังกัดใหม่อย่าง บาร์เซโลน่า และนอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ โคปาเดย์เร ได้ ได้สำเร็จ นับเป็นการออกสตาร์ทกับต้นสังกัดใหม่ที่สวยงามเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตามเส้นทางของเขาก็ยังคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะหลังจากเปิดซีซั่นใหม่ขึ้นมานั้นเขายังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองอย่างบ่อยครั้ง และน้อยครั้งที่จะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั่นดับลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

เกียรติประวัติ

สโมสร วาสโก ดา กามา :

  • Campeonato Brasileiro Série B : 2009

สโมสร อินเตอร์มิลาน :

  • โกปปาอีตาเลีย : 2010–11
  • ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา : 2010

สโมสร บาร์เซโลน่า :

  • ลาลิกา : 2017–18
  • โกปาเดลเรย์ : 2017–18
  • ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา : 2018

ทีมชาติบราซิล :

  • FIFA U-20 World Cup : 2011
  • Superclásico de las Américas : 2014

รางวัลส่วนตัว

  • PFA Fans’ Player of the Month : กุมภาพันธ์ 2015
  • ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ : 2014–15
  • UEFA Europa League Squad of the Season : 2015–16
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : 2014–15, 2015–16
  • Liverpool FC Players’ Player of the Year : 2014–15, 2015–16
  • Samba Gold Award (Samba d’Or) : 2016
  • Football Supporters’ Federation Player of the Year : 2016
  • FIFPro World XI 4th team : 2017
  • ผู้ทำประตูสูงสุดของลิเวอร์พูล : 2016–17
  • ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : (2014–15: เจอกับ เซาแทมป์ตัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันที่ 17 มีนาคม 2016)
  • ฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี : (2014–15: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 1 มีนาคม 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2015)
  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : 2012–13
  • นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากสมาคมกองเชียร์ผู้พิการ : 2014–15, 2015–16
  • Liverpool Player of the Month Award (12) : มีนาคม 2013, เมษายน 2013, ตุลาคม 2014, ธันวาคม 2014, มกราคม 2015, กุมภาพันธ์ 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, พฤศจิกายน 2015, มีนาคม 2016, ตุลาคม 2016, เมษายน 2017
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ (9) : กุมภาพันธ์ 2015, มีนาคม 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, ตุลาคม 2015, กุมภาพันธ์ 2016, มีนาคม 2016, สิงหาคม 2016, ตุลาคม 2016

ขอขอบคุณบทความประวัตินักฟุตบอลดีๆ โดย ufabet.com

เครดิต : https://ufabets5.com/