ประวัติของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บุรุษจอมเก๋าที่คนทั่วโลกต้องเรียกเขาว่าพระเจ้า

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับบุรุษจอมเก๋าผู้ได้ฉายาว่า “พระเจ้า” เก๋าไม่เก๋า เขาได้พิสูจน์ให้คนทั้งโลกได้เห็นกันแล้วว่า อายุมันเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ กับอาชีพที่เขารับใช้อยู่ทุกวันนี้ และ ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายก่ายกองเลยทีเดียว เขาคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ข้อมูลนักเตะ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

  • ชื่อเต็ม : ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (Zlatan Ibrahimović)
  • เกิด : 3 ตุลาคม ค.ศ. 1981
  • อายุ : 39 ปี
  • สัญชาติ : สวีเดน
  • สโมสรปัจจุบัน : เอซี มิลาน , เบอร์ 11
  • ตำแหน่ง : กองหน้า
  • ส่วนสูง : 192 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เติบโตในย่านใกล้กับเมือง มัลโม่ นั่นคือ โรเซนการ์ด ซึ่งส่วนใหญ่จะที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาเป็นชาวบอสเนียที่อพยพมาอยู่ในประเทศสวีเดน เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ สมัยเป็นเยาวชนเคยเล่นอยู่กับ เอฟบีเค บัลคาน ก่อนจะมาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรดังของบ้านเกิด มัลโม่ เอฟเอฟ ในฤดูกาล 1999-2000 โดยในช่วงนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ประทับใจฝีเท้า ถึงขนาดชักชวนมาอยู่กับ อาร์เซนอล แต่ทว่าต้นสังกัดก็ไม่ยอมปล่อยตัวออกมา ก่อนที่ท้ายที่สุดเจ้าตัวจะถูกขายเขาไปให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรในดังในพรีเมียร์ดัตช์ ด้วยราคา 7.8 ล้านยูโร (ราว 320 ล้านบาท) ในช่วงเดือน ก.ค. ปี 2001

ซลาตัน ในสีชุดสโมสร เอฟบีเค บัลคาน

โดยภายใต้การดูแลของ โค อาเดรียนเซ่ กองหน้าชาวสวีดิช ดูเหมือนจะไม่ได้ลับฝีเท้าเท่าที่ควร จนกระทั่งได้ลืมตาอ้าปาก หลังจากที่ โรนัน คูมันน์ (ปัจจุบันผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า) เข้ามาเก้าอี้นายใหญ่คนใหม่ และก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จเสียด้วย เรียกว่าเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ที่กุนซือขาดไม่ได้

ซลาตัน ในสีชุดสโมสร อาแจ็กซ์

แต่ชีวิตของเขาก็ต้องพลิกผันอีกครั้งในวันที่ 31 ส.ค. 2004 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกำหนดเส้นตายการซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ ซลาตัน ย้ายมาร่วมทีม ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร (ราว 640 ล้านบาท) แม้ว่าเพิ่งจะย้ายได้เพียงครึ่งฤดูกาลหลัง แต่เขาก็โชว์ฟอร์มถล่มประตูได้เป็นกอบเป็นกำถึง 16 ลูก พร้อมกับเบียด อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ กองหน้าจอมเก๋า ตกขอบกลายเป็นตัวสำรองก่อนที่หลังจากนั้น “พระเจ้า” จะยึดตำแหน่งตัวจริงไปโดยปริยาย แต่แล้ว ในปี 2006 เกิดจุดพลิกผัน เมื่อ ยูเวนตุส ถูกปรับตกชั้นข้อหาล้มบอล!!! หล่นร่วงไปเล่นในเซเรีย บี ทำให้ผู้เล่นย้ายทีมกันเป็นแถบ ซึ่งแน่นอน กองหน้าตัวฉกาจอย่างเขา ย่อมต้องมีทีมยื้อแย่งตัวกันใหญ่ และก็เป็นทีม งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ไปได้ตัวเขาไป สามฤดูกาลที่ ซลาตัน อยู่กับอินเตอร์ เขาลงเล่นทั้งหมด 117 นัด ทำได้ 66 ประตู โดยเฉพาะฤดูกาล 2008/09 ทำได้ในเซเรีย อา 25 ลูก คว้าตำแหน่งดาวซัลโวไปครอง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ม้าลาย
ซลาตัน เริ่มแจ้งเกิดแบบตัวเต็มกับ ยูเวนตุส

ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม 2010 เอซี มิลาน ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า ได้บรรลุข้อตกลงยืมตัว ซลาตัน มาใช้งานในฤดูกาล 2010-11 เป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมกับออพชั่นซื้อขาดในราคา 24 ล้านยูโร (ราว 960 ล้านบาท) ในตอนจบฤดูกาล เขาลงเล่นให้กับทีมเป็นครั้งแรกในนัดที่แพ้ เชเซน่า 0-2 เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งเขาเป็นคนยิงจุดโทษพลาดอีกต่างหาก ต่อมาฟอร์มของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็สามารถพา “ปีศาจแดง-ดำ” คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ได้สำเร็จ และ เอซี มิลาน ก็จัดการคว้าตัวเขามาครอบครองอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2011

ในฤดูกาล 2011-12 ซลาตัน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ “ปีศาจแดง-ดำ” โดยเขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เฉพาะในเซเรีย อา ซัดไปถึง 25 ประตู ทำให้จบฤดูกาลด้วยสถิติลงเล่น 32 นัด ยิง 28 ประตู เลยทีเดียว

และก็เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตการค้าแข้งของ ซลาตัน อีกครั้ง เมื่อเขาตัดสินใจย้ายทีมมาอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่ของ ลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2012 ด้วยสัญญา 3 ปี และรับค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลถึง 14 ล้านยูโร (ราว 560 ล้านบาท) เป็นรองแค่เพียง ซามูเอล เอโต้ เท่านั้น ที่ได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเขาในตอนนั้นและเขาก็ไม่ทำให้สโมสรผิดหวังโดยยิงประตูใน ลีก เอิง ไปทั้งสิ้น 30 ประตู ทำให้จบฤดูกาล 2012-13 ด้วยรางวัลดาวซัลโวของลีก ซึ่งเขาก็เป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูได้เท่ากับที่ ฌอง ปิแอร์ ปาแปง ตำนานดาวยิงของฝรั่งเศส เคยทำได้ในฤดูกาล 1989-90 ก่อนที่หลังจากนั้นจะพาทีมเถลิงแชมป์แบบต่อเนื่อง แต่ท้ายที่สุดโทรฟี่เดียวที่เจ้าตัวไม่เคยได้แตะเลยก็คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช วัยรุ่นปารีส
ซลาตัน ตัดสินใจย้ายมาเป็นวัยรุ่น ปารีส

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้ประกาศว่าเขาจะย้ายออกหลังจากจบฤดูกาลนี้ โดยพูดติดตลกว่าถ้าต้องการให้ผมอยู่ที่นี้ต่อต้องเอาหอไอเฟล ซึงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสออกแล้วใช้รูปของเขาใส่แทน เกมนัดสุดท้ายในสีเสื้อ เปแอสเช คือการประ 2 ประตูให้ทีมเอาชนะ น็องต์ 4-0 จากการเหมาคนเดียว 2 ลูกสร้างสถิติอีกครั้งด้วยการยิงประตูมากที่สุดในฤดูกาลเดียวที่ 38 ประตูแซงหน้ารุ่นพี่ของทีมอย่าง คาร์ลอส เบียนชี่ ที่เคยทำไว 37 ประตูด้วยกัน

จุดผันโผนของพระเจ้า

จนเมื่อ 1 กรกฏาคม 2106 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของอังกฤษ ภายใต้การชักชวนของเจ้านายเก่าอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมอยู่ในตอนนี้ โดนคาดว่าคาตัวตกอยู่สัปดาห์ล่ะ 200,000 ยูโร(ประมาณ 7400,000 บาท) 7 สิงหาคม 2016 ประเดิมลงเล่นอย่างเป็นทางการให้กับสโมสรในฟุตบอล คอมมูนิตี้ ชิลด์ โดยเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เอฟ เอ คัพ สามารถเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2-1 และเจ้าตัวก็ทำประตูด้วยในเกมนี้ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาทำประตูได้ 1 ประตูในการพบกับ สวอนซี และเป็นประตูประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก พอดีที่ทำประตูครบ 25,000 ประตู หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้รับบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถค้าแข้งในลีกผู้ดีได้อีกต่อไป โดยมียอดทีมจากเมืองลุงแซมอย่าง แอลเอ กาแล็กซี่ คอยรับเซ้งตัวไปร่วมทีม


28 มีนาคม 2018 ซลาตัน ตัดสินเข้าร่วมทีม แอลเอ กาแล็กซี่ พร้อมกับเปิดตัวแบบสุดเท่ตามสไตล์ “พระเจ้า” ด้วยการขึ้นปกนิตยสาร แอลเอ ไทม์ พร้อมวลีเด็ดที่ว่า “ถึงพลเมือง ลอส แองเจลิส พระเจ้าได้มาถึงที่นี่แล้ว” ลงเล่นให้กับทีมอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม ด้วยการลงมาเป็นสำรองแถมยังทำประตูสุดสวยด้วยการวอลเลย์เกือบครึ่งสนามเข้าไปแถมยังเป็นคนยิงประตูชัยให้กับทีมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเดบิวท์ สมฉายา “พระเจ้า” จริงๆ ด้วยผลงานที่โดดเด่นทำให้เขากลายเป็นสัญลักษ์ของทีมทันทีและยังได้เข้าชิงรางวัลนักเตะอีกหลายรายการเลยทีเดียว แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวก็ไม่ได้ช่วยทีมคว้าแชมป์อะไรเลยพร้อมกับเปรยว่าอยากจะกลับไปค้าแข้งในอิตาลี อีกด้วย

ซึ่งเจ้าตัวก็ทำตามที่กล่าวไว้จริงๆเพราะ 27 ธันวาคม 2019 ซลาตัน กลับไปร่วมทีม เอซี มิลาน อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือนและยังโชว์ผลงานได้ตามมาตรฐานของตัวเอง จนกระทั่งในวันที่ 15 กรกฎาคม ในเกมที่เอาชนะ ปาร์ม่า ได้ 3-1 เจ้าตัวได้สร้างสถิติในเซเรีย อา ด้วยการกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงถึงระดับ 50 ลูกตลอดเวลาที่ค้าแข้งกับ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน นั่นเองและด้วยผลงานที่เข้าตาทำให้สโมสรจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่เป็นที่น่าเสียดายเจ้าตัวดันมาเจอเจ้าโควิด-19 เล่นงานซะอย่าง แต่อย่างว่าล่ะครับระดับ “พระเจ้า” คงหายกลับมาวาดลวดลายโดยไว

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เอซี มิลาน
ซลาตัน คัมแบคถิ่นเก่าอย่าง เอซี มิลาน

เกียรติประวัติ

สโมสร อาแจกซ์ :

  • Eredivisie : 2001–02 , 2003–04
  • KNVB Cup : 2001–02
  • Johan Cruyff Shield : 2002

สโมสร ยูเวนตุส :

  • Serie A : 2004–05 , 2005–06 (ทั้งสองถูกเพิกถอนโดย Calciopoli)

สโมสร อินเตอร์ มิลาน :

  • กัลโช่ : 2006–07 , 2007–08 , 2008–09
  • Supercoppa Italiana : 2006 , 2008

สโมสร บาร์เซโลน่า :

  • ลาลีกา : 2009–10
  • Supercopa de España : 2009 , 2010
  • UEFA Super Cup : 2009
  • FIFA Club World Cup : 2009

สโมสร เอซี มิลาน :

  • กัลโช่ : 2010–11
  • Supercoppa Italiana : 2011

สโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง :

  • Ligue 1 : 2012–13 , 2013–14 , 2014–15 , 2015–16
  • Coupe de France : 2014–15 , 2015–16
  • Coupe de la Ligue : 2013–14 , 2014–15 , 2015 –16
  • Trophée des Champions : 2013 , 2014 , 2015

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

  • FA Community Shield : 2016
  • EFL Cup : 2016–17
  • UEFA Europa League : 2016–17

รางวัลส่วนตัว

  • Ballon d’Or อันดับ 4: 2013
  • Ballon d’Or การเสนอชื่อ: 2003 , 2004 , 2005 , 2007 , 2008 , 2009 , 2012 , 2013 , 2014 , 2015 , 2016
  • รางวัลผู้เล่นชายแห่งปีของยูฟ่า : 011 (อันดับที่ 8), 2013 (อันดับที่ 9), 2017 (อันดับที่ 10)
  • ผู้เล่น FIFA ชายที่ดีที่สุด : 2016 (อันดับที่ 18), 2017 (อันดับที่ 14)
  • Golden Foot : 2012
  • FIFA Puskás Award : 2013
  • FIFA FIFPro World XI : 2013
  • FIFA FIFPro World XI ทีมที่ 2: 2014, 2015, 2016
  • FIFA FIFPro World XI ทีมที่ 3: 2017
  • ทีมยูฟ่าแห่งปี : 2007 , 2009 , 2013 , 2014
  • UEFA Ultimate Team of the Year (เปลี่ยนตัว; เผยแพร่ 2015)
  • UEFA European Championship Team of the Tournament : 2012
  • UEFA Champions League Squad of the Season: 2013–14
  • UEFA Europa League ทีมแห่งฤดูกาล: 2016–17
  • ESM Team of the Year : 2006–07 , 2007–08 , 2012–13 , 2013–14
  • L’Équipe ทีม XI ยอดเยี่ยมแห่งปีของนักข่าว: 2008
  • UEFA Euro 2004 : Man of the Match: อิตาลี vs สวีเดน

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักฟุตบอล โดย ufabet.com