ประวัติของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สุดยอดผู้จัดการทีมขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ

ซิโก้

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับอดีตนักฟุตบอลตัวเก่งของทีมชาติไทย ที่ในปัจจุบันเคยเป็นถึงสุดยอดผู้จัดการทีมชาติไทย และ สุดยอดผู้จัดการทีมสโมสรของ ฮองอันห์ ยาลาย และ ยังเป็นขวัญใจคนไทยทั้งประเทศที่เขาทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยกลับมาบูมได้อีกครั้งนึง เขาคือ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ข้อมูลนักเตะ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

  • ชื่อเต็ม : เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (Kiatisuk Senamuang)
  • ชื่อเล่น , ฉายา : โก้ , ซิโก้
  • เกิด : 11 สิงหาคม พ.ศ. 2516
  • อายุ : 47 ปี
  • สัญชาติ : ไทย
  • สโมสรปัจจุบัน : ฮองอันห์ ยาลาย
  • ตำแหน่ง : ผู้จัดการทีม
  • ส่วนสูง : 171 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, โก้ หรือ ซิโก้ ซึ่งเป็นชื่อที่สื่อกีฬาตั้งให้ในภายหลัง ตามชื่อของตำนานนักเตะบราซิล เป็นบุตรคนสุดท้อง จากทั้งหมด 3 คน ของคุณพ่อสุริยา และคุณแม่ริสม เสนาเมือง ซึ่งมีอาชีพเป็นครูทั้ง 2 ท่าน โดย เกียรติศักดิ์ เกิดที่ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เมื่อปี 2516 ซึ่งเขาได้เริ่มเล่นฟุตบอล โดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชคนแรกในชีวิต

จากนั้นในปี 2525 ซิโก้ และครอบครัว ได้ย้ายกลับไปอาศัยที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวเสนาเมือง นั่นทำให้ ซิโก้ ต้องย้ายจาก โรงเรียนบ้านหนองแดง ที่จังหวัดอุดรธานี ไปศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ โรงเรียนน้ำพองศึกษา ที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะเรียนที่สถาบันแห่งนี้ จนสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสายวิทย์-คณิต แต่เนื่องด้วยความรักที่มีให้กับกีฬาฟุตบอล และยังมีความฝันที่จะติดทีมชาติไทย มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จึงทำให้เขาตัดสินใจย้ายเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเริ่มต้นชีวิตในเส้นทางสายฟุตบอลอย่างเต็มตัว โดย ซิโก้ ได้เข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ ในระดับอนุปริญญา สาขาการบัญชี

โดยเมื่อปี 2533 ซิโก้ ได้ผ่านการคัดเลือก จากนักฟุตบอลที่เข้ามาคัดตัวกว่าพันคน จนมีชื่อติดทีม เยาวชนทีมชาติไทย ได้ไปทำการแข่งขันที่มาเลเซีย ซึ่งนับเป็นการแข่งขันระดับประเทศเป็นครั้งแรกของเจ้าตัว ก่อนที่เขาจะระเบิดฟอร์ม ยิงไปถึง 13 ประตูในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่งจากผลงานอันโดดเด่นในครั้งนั้น ส่งผลให้ สโมสรธนาคารกรุงไทย ทำการดึงตัวเขาไปร่วมทีม

ต่อมาในปี 2535 ซิโก้-เกียรติศักดิ์ ได้เข้าร่วม “ดรีมทีม” หรือที่กลายมาเป็น “ทีมชาติไทย ชุดบี” ในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นทีมที่รวมเอานักเตะเยาวชนทีมชาติ ชุด U-19 และบรรดาแข้งดาวรุ่ง ที่มีอายุระหว่าง 19-21 ปี ในเวลานั้นมาเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี “บิ๊กหอย” วนัสธนา (หรือชื่อเดิมว่า ธวัชชัย) สัจจกุล เป็นผู้จัดการทีม โดยมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมทีมไปสู้ศึกรอบคัดเลือก โอลิมปิก 1996 ณ เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา

โดย ดรีมทีม โชว์ฟอร์มเยี่ยมรายการ เมอร์ไลออนส์ คัพ ที่ประเทศสิงค์โปร์ ในช่วงปลายปี 2535 แม้สุดท้ายจะต้องตกรอบแรกไป ทำให้ ดรีมทีม จึงได้ถูกยกระดับมาเป็น “ทีมชาติไทย ชุดบี” และมีโอกาสสู้ศึกในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 24 ในช่วงต้นปี 2536 ก่อนจะคว้าอันดับ 4 ไปครอง

หลังจากนั้น นักเตะบางคนในชุด ดรีมทีม จึงได้รับโอกาสให้ขึ้นไปเล่นร่วมกับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเดือนเมษายน 2536 โดย ซิโก้ ก็เป็นหนึ่งในแข้งกลุ่มนั้นด้วย นี่จึงถือเป็นการติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของหัวหอกจอมตีลังกา

จุดแจ้งเกิดเต็มตัวของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

อย่างไรก็ตาม ทัวร์นาเมนต์ที่เปลี่ยนชีวิต และทำให้ ซิโก้ แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว คือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน โดย เกียรติศักดิ์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกม ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ก่อนที่เขาโหม่งเสยบอลเป็นประตูให้ ทีมชาติไทย เอาชนะ พม่า 4-3 คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ซึ่งนั่นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ แชมป์ซีเกมส์ 8 สมัยซ้อนของทย

ขณะที่เส้นทางค้าแข้งกับสโมสร ซิโก้ ได้ย้ายทีมจาก ธนาคารกรุงไทย ไปร่วมทัพ ราชประชา ในปี 2538 ก่อนที่จะย้ายไปสโมสร ตำรวจ ในปี 2540 จากนั้น ดาวยิงทีมชาติไทย จึงได้ออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดนเป็นครั้งแรกกับสโมสร เปอร์ลิส ที่มาเลเซีย ในปี 2541

และในช่วงปลายปีนั้นเอง ซิโก้ ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แมตช์ในตำนานของทีมชาติไทย ที่เป็นที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศ มาจวบจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ การแข่งขัน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย เกมในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดย ซิโก้ ทยิงประตูให้ ทีมชาติไทย ขึ้นนำ ทีมชาติเกาหลีใต้ ไปก่อนในนาที 81 ทว่า ไทย มาเหลือผู้เล่นเพียง 9 คน พร้อมกับถูกตีเสมอในช่วงท้ายเกม ทำให้จบ 90 นาที สกอร์เสมอกันที่ 1-1 ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ

แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ในนาทีที่ 5 ของช่วงต่อเวลา เมื่อ ดุสิต เฉลิมแสน เขี่ยบอลให้ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ซัดฟรีคิกจากระยะไกล ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ ไทย เอาชนะ เกาหลีใต้  2-1 ด้วยกฎโกลเด้นโกล ทำเอาสนามราชมังคลากีฬาสถาน แทบแตกเลยทีเดียว จนสุดท้าย ทีมชาติไทย ก็สามารถคว้าอันดับ 4 จากการแข่งขันครั้งนั้นไปครอง

จากนั้นในปี 2542 ซิโก้ ได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อเขาได้รับโอกาสให้ไปทดสอบฝีเท้ากับทีม มิดเดิ้ลสโบรห์ ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 15 วัน ก่อนที่สุดท้ายเขาจะไปทดสอบฝีเท้า และได้เซ็นสัญญาร่วมทีม ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ซึ่งเป็นทีมในดิวิชั่น 1 (เทียบเท่า เดอะ แชมเปี้ยนชิพ) ในเวลานั้น โดย ซิโก้ ได้ลงเล่นกับทีมชุดสำรองเท่านั้น ในระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่อยู่กับสโมสร แต่ก็นับว่ามันเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ที่มิอาจลืมเลือนเลยทีเดียว

ซิโก้ 2

เกียรติศักดิ์ กลับมาเล่นฟุตบอลในประเทศไทยอีกครั้งกับทีม ราชประชา จากนั้นในปี 2544 สโมสร สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ จึงได้ติดต่อดึงตัวเขาไปเล่นที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนที่สโมสร ฮอง อันห์ ยาลาย จะทาบทามให้ ซิโก้ไปเล่นที่ประเทศเวียดนาม ในปี 2545 โดยดาวยิงชาวไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 4 ปีในลีกของประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้เขากลายเป็นที่รักของแฟนบอลชาวเวียดนามเป็นอย่างมาก ซึ่งที่นี่กลายเป็นสโมสรสุดท้ายที่เขาค้าแข้ง โดยในปี 2549 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายกับทีม ซิโก้ยังได้รับตำแหน่งโค้ชควบคู่กับการเป็นนักเตะด้วย

ทั้งนี้ ซิโก้ได้ปิดฉากการลงเล่นในนามทีมชาติ ในเกมนัดกระชับมิตรที่ ทีมชาติไทย เสมอกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า ในอนาคตเขาจะกลับมารับใช้ทัพช้างศึกอีกครั้ง ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน

เส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัว

ซิโก้ มีความสนใจด้านการเป็นโค้ชมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะ โดยเขาเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ซิโก้ทิปส์ สัญจร ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นโค้ชที่คอยฝึกสอนทักษะการเล่นฟุตบอลให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2545 ต่อมา ในปี 2549 โค้ชซิโก้ ได้ผ่านการฝึกอบรบ ผู้ฝึกสอนระดับบี (B License) จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มรับงานกุนซือเป็นครั้งแรก กับสโมสร ฮอง อันห์ ยาลาย

ซิโก้ 1

โดยหลังจากที่ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการ ในแมตช์อำลาทีมชาติ เมื่อปี 2550 โค้ชซิโก้ ก็เริ่มคุมสโมสรฟุตบอลอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากสโมสร จุฬาฯ-สินธนา ทีมที่เพิ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ศึก ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2551 โดยเขาทำทีมจบอันดับ 8 ในซีซั่นนั้น โดยในปีต่อมา โค้ชซิโก้ ก็ตัดสินใจรับงานคุมทีม ชลบุรี เอฟซี ก่อนจะพาทีมจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ พร้อมพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกเอเอฟซี คัพ 2552

จากนั้น ปี 2553 โค้ชเกียรติศักดิ์ จึงกลับไปที่ประเทศเวียดนาม เพื่อคุมทีม ฮอง อันห์ ยาลาย อีกครั้ง ทว่าผลงานของทีมไม่ค่อยดีนัก และจบในอันดับ 7 ของตาราง ก่อนที่เขาจะกลับมาคุมทีม บีบีซียู เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 1 ของไทย แล้วพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกได้สำเร็จ หลังคว้าอันดับ 3 ของตารางในปี 2554

ต่อมา ในปี 2555 โค้ชซิโก้ เข้ารับงานที่ บางกอก เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 1 ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น ซึ่งเขาก็พาทีมจบอันดับ 10 รอดตกชั้นได้ตามเป้าหมาย กระทั่งช่วงต้นปี 2556 โค้ชซิโก้ ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลฯ ให้เป็นโค้ช ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้สำเร็จ หลังจากที่ทีมชาติไทยพลาดแชมป์มา 2 สมัย

เกียรติประวัติ

ทีมชาติไทย :

  • 2536 ชนะเลิศ ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ประเทศสิงคโปร์
  • 2537 ชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่ 25
  • 2537 ชนะเลิศ อินดิเพนเดนต์คัพ ครั้งที่ 7 ประเทศอินโดนีเซีย
  • 2538 ชนะเลิศ ซีเกมส์ครั้งที่ 18 ประเทศไทย
  • 2539 ชนะเลิศ ไทเกอร์คัพครั้งที่ 1 ประเทศสิงคโปร์
  • 2540 ชนะเลิศ ซีเกมส์ครั้งที่ 19 ประเทศอินโดนีเซีย
  • 2541 อันดับที่ 4 เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ประเทศไทย
  • 2542 ชนะเลิศ ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ประเทศบรูไน
  • 2543 ชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่ 31
  • 2543 ชนะเลิศ ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 ประเทศไทย
  • 2544 รอบ 10 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย
  • 2545 อันดับที่ 4 เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14 ประเทศเกาหลีใต้
  • 2545 ชนะเลิศ ไทเกอร์คัพครั้งที่ 4 ประเทศสิงคโปร์ / อินโดนีเซีย

สโมสร :

  • 2532 ชนะเลิศ ถ้วย ก (ธนาคารกรุงไทย)
  • 2536 ชนะเลิศ ถ้วย ข (ธนาคารกรุงไทย)
  • 2541 ชนะเลิศ กีฬากองทัพไทย (ตำรวจ)
  • 2542 รองชนะเลิศ มาเลเซียซูเปอร์ลีก (ปะลิส)
  • 2543 รองชนะเลิศ ดิวิชั่น 1 อังกฤษ (ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์)
  • 2545 ชนะเลิศ เอส.ลีก (สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ)
  • 2546 ชนะเลิศ วี-ลีก (ฮองอันห์ ยาลาย)
  • 2546 ชนะเลิศ เวียดนามซูเปอร์คัพ (ฮองอันห์ ยาลาย)
  • 2547 ชนะเลิศ วี-ลีก (ฮองอันห์ ยาลาย)
  • 2547 ชนะเลิศ เวียดนามซูเปอร์คัพ (ฮองอันห์ ยาลาย)

รางวัลส่วนตัว

  • 2530 รางวัลดาวซัลโว ฟุตบอลเขตการศึกษาแห่งประเทศไทย
  • 2542 รางวัลดาวซัลโว ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ประเทศบรูไน
  • 2543 เกียรติประวัติ ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทย “คนต้นแบบ” โดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
  • 2543 รางวัลนักฟุตบอลทรงคุณค่า ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 ประเทศไทย
  • 2543 รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม อีเอสพีเอ็น
  • 2543 รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม อีเอสพีเอ็น
  • 2544 รางวัลดาราเอเชีย
  • 2544 รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 1
  • 2544 รางวัลนักฟุตบอลดีเด่น ซันโย
  • 2546 รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
  • 2547 รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
  • 2548 เข็มเกียรติยศ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ฟุตบอลเวียดนาม จากรัฐมนตรีกีฬาประเทศเวียดนาม
  • 2547-ปัจจุบัน ผู้ให้การสนับสนุนกิจการ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
  • 2550 โล่ประกาศเกียรติคุณ ชมรมเชียร์ไทย
  • 2551 รางวัลสุดยอดคนต้นแบบ เมืองขอนแก่น
  • 2557 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 8
  • 2557 รางวัลผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น วันกีฬาแห่งชาติ
  • 2557 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม สยามโกลเดนอวอร์ดส์
  • 2558 ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • 2558 รางวัลผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น วันกีฬาแห่งชาติ
  • 2558 บุคคลแห่งปี สำนักข่าวเนชั่น
  • 2559 Fever Awards 2016 รางวัลนักกีฬาฟีเวอร์ปี 2016

ขอขอบคุณบทความประวัตินักเตะชาวไทย โดย sagaming66