ประวัติของ ฟาบินโญ่ หมอปลาแห่งแอนฟิลด์

ฟาบินโญ่

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับกองกลางตัวตัดเกมของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ฉายาที่คนไทยตั้งขึ้นมาแล้วถูกเรียกกันบ่อยๆ คือ หมอปลา (มือปราบผีคนไทยบ้านเรา) เขาคนนั้นก็คือ ฟาบินโญ่

ข้อมูลนักเตะ ฟาบินโญ่

  • ชื่อเต็ม : ฟาบินโญ่ เอ็นริเก้ ตาวาเรซ (Fábio Henrique Tavares)
  • เกิด : 23 ตุลาคม ค.ศ. 1993
  • อายุ : 27 ปี
  • สัญชาติ : บราซิล
  • สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล , เบอร์ 3
  • ตำแหน่ง : กองกลาง
  • ส่วนสูง : 189 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ ฟาบินโญ่

ฟาบินโญ่ เกิดในประเทศบราซิล เขามีส่วนสูง 188 เซนติเมตร เขาเริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งด้วยการเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสรเปาลิเนีย ในปี 2006-2010 ก่อนที่จะได้รับความสนใจ และ ถูกดึงตัวไปร่วมทีมเยาวชนกับสโมสรฟลูมิเนนเซ่ ในปี 2010-2012 หลังจากนั้นเขาเริ่มถูกจับตามือ และ ถูกสื่อยกให้เป็นยาวรุ่งที่ดีที่สุดในประเทศบราซิลในเวลานั้น ก่อนที่ในปี 2012 เขาจะได้รับสัญญาอาชีพเป็นฉบับแรกในชีวิตกับสโมสร ริโอ อาฟ ทีมดังระดับท้องถิ่นในประเทศโปรตุเกส

ฟาบินโญ่ ได้ทำการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต โดยเลือกที่จะตัดสินใจบินข้ามทวีปย้ายมาค้าแข้งกับสโมสร ริโอ อาฟ ทีมดังในประเทศโปรตุเกส เขาใช้เวลาอยู่ในสโมสรแห่งนี้ได้เพียงแค่เดือนเดียวก็ต้องออกเดินทางอีกครั้งในสัญญายืมตัว

โดยครั้งนี้สโมสรที่ให้ความสนใจในตัวเขานั้นกลับเป็นที่ยักษ์ใหญ่ที่เด็กๆ ทุกคนใฝ่ฝันอย่าง เรอัล มาดริด แต่เป็นทีม เรอัล มาดริด บี หรือทีมรองของสโมสรดังกล่าว

ในช่วงแรกที่เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมกับสโมสรยักษ์ใหญ่ของ ลา ลีก้า สเปน เขามีความหวังที่จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ แต่กลับเป็นความคิดที่ผิดพลาด เมื่อตัวเขากลับถูกส่งตัวลงไปช่วยทีมสำรองของสโมสรหรือทีม เรอัล มาดริด กัสติยา แต่ด้วยความขยันฝึกซ้อมของตัวเขาทำให้เขากลับกลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่เขาถูกส่งตัวไปเล่นช่วยกับทีมสำรองนั้น ทำให้ ฟาบินโญ่ ได้ถูกเรียกตัวขึ้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรวงในบางครั้ง ซึ่งในเวลานั้น ทัพราชันชุดขาว อยู่ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนเก่งอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่

โดยในเกมนัดแรกที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร เรอัล มาดริด นั่นคือเกมที่สโมสรต้องทำการแข่งขัน สโมสร มาลาก้า โดยเขาได้รับโอกาสลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงเวลาท้ายเกม แทนที่ของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว เขาได้มีส่วนร่วมด้วยการส่งบอลให้กับทาง อังเคล ดิ มาเรีย ทำประตูปิดท้ายได้ และ จบเกมไปด้วยสกอร์ 6-2

1 ซีซั่นเต็มที่เขาได้ย้ายมาร่วมทีมกับสโมสร เรอัล มาดริด ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์อันสุดแสนจะเลอค่าเป็นอย่างมาก และ ทำให้ตัวของเขาได้ทำการพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่งจนเป็นยอดนักเตะได้ ก่อนที่จะหมดสัญญายืมตัวกับทางสโมสรดังในเมืองสเปน เขาก็ได้รับข้อเสนอจากสโมสรชื่อดังใน ลีกเอิง อีกครั้ง

หลังจากที่ ฟาบินโญ่ หมดสัญญากับทางสโมสร เรอัล มาดริด แล้ว เขาได้รับข้อเสนอจากทางสโมสรดังใน ลีกเอิง อย่าง อาแอ็ส โมนาโก ในรูปแบบสัญญายืมตัว ซึ่งนี่ถือเป็นการแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวของเขา เพราะตั้งแต่ที่เขาได้ย้ายเขามาในสโมสร เขาก็สามารถที่จะเข้ามายึดในตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งในซีซั่นแรกของการย้ายเข้ามาสู่ทีม โมนาโก เขาก็สามารถช่วยให้ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่บนลีกสูงสุดคว้าสิทธิ์ไปสู้ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ และนอกจากนี้ ฟาบินโญ่ ก็สามารถกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของสโมสรได้อย่างรวดเร็ว ในวัยเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น เจ้าตัวยิ่งเล่นก็ยิ่งดี โดยในซีซั่นที่ 2 ของเขากับทางสโมสรในฤดูกาล 2014-2015 เขายิ่งทำผลงานได้ดีและน่าประทับใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังได้ลงเล่นมายิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากผลงานอันโดดเด่นของเจ้าตัว ทำให้ทางสโมสรตัดสินใจที่จะซื้อตัวพร้อมกับมอบสัญญาให้กับเขาเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปีเต็ม และในซีซั่น 2015-2016 เขาได้ถูกดันขึ้นไปเล่นในตำแหน่งกองกลาง และยังได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเบอร์หนึ่งของการสังหารจุดโทษอีกด้วย เพราะในเรื่องการการยิงจุดโทษนั้นถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของตัวเขาเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่ โมนาโก เรียกจุดโทษได้นั้น เขาจะสามารถทำสกอร์ได้เลยทุกครั้ง จากการที่เขาถูกปรับมาเล่นให้ตำแหน่งกองกลาง ทำให้เจ้าตัว สามารถทำประตูให้กับสโมสรได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถช่วยทีมคว้าตั๋วไปลุยศึก UCL ได้อีกครั้ง

จนกระทั่งในฤดูกาล 2016-2017 ถือเป็นฤดูที่ลงตัวสำหรับตัวเขาเป็นอย่างมาก จากการสร้างทีมจากการผลักดันดาวรุ่งขึ้นมา ในซีซั่นดังกล่าว โมนาโก มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเป้นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวรุกที่สามารถทำประตูได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ในซีซั่นนี้ สโมสร โมนาโก พังประตูได้ทะลุ 100 ประตูเลยทีเดียว เพราะเป็นทีมที่แนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในยุโรป โดยการควบคุมจังหวะของเกมการเล่นในสนามจากนักเตะ ตัวหลักของทีมอย่างเจ้าตัว ทำให้เกมบุกของทีมดูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ เขาสามารถนำพาสโมสรขึ้นไปหยุดสถิติของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยการคว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากจบซีซั่นดังกล่าว เหล่านักเตะภายในทีมก็มักจะถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปดึงตัวไปร่วมทีมกันเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็คือ เจ้าตัวที่ได้ตัดสินใจ ย้ายเข้ามาหาประสบการณ์ใหม่ในถิ่น แอนฟิลด์

วันที่ 28 พฤษภาคม 2018 สโมสร ลิเวอร์พูล ได้บรรลุข้อตกลงและประกาศผ่านสื่ออย่างเป็นทางการว่า สโมสรได้ทำการคว้าตัวดาวเตะสารพัดประโยชน์อย่าง เจ้าตัวมาร่วมทีมได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 39.4 ล้านปอนด์ โดยการย้ายมาเล่นให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล ในครั้งนี้ เขาถูกตั้งความหวังจากแฟนบอลเป็นจำนวนมาก จนในบางครั้งเขาก็รู้สึกกดดันตัวเองเช่นกัน

ฟาบินโญ่

ในช่วงแรกของการย้ายมาเล่นให้กับ ทัพหงส์แดง เจ้าตัวมักจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ม้านั่งสำรอง เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนทีมได้ และยังมีเรื่องของภาษาที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าใจ ทำให้เขายังไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้อย่างมากมายสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความขยันฝึกซ้อมและปรับวิธีการเล่นของเจ้าตัวนั้น ทำให้หลายๆ เกมเขามักจะถูกส่งลงไปทดสอบฝีกเท้าเป็นตัวสำรองอยู่อย่างบ่อยครั้ง

แม้จะมีอาการผิดหวังที่ไม่ได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงอย่างสม่ำเสมอมากนัก แต่เจ้าตัว ก็มักจะกลับมาตั้งใจฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้า จนสามารถกลับมาเป็นตัวจริงได้สำเร็จ

จนกระทั่งในวันที่ 18 กันยายน 2018 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาได้ลงไปมีส่วนร่วมกับทีมด้วยการเอาชนะ สโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในถิ่น แอนฟิลด์ ไปได้ 3-2 ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม 2018 ก็สามารถทำประตูแรกให้กับสโมสรได้ในเกมพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปได้ถึง 4-0

หลังจาก 2 เกมการแข่งขันที่เขาได้ลงสนามมามีส่วนร่วมกับเกมจนสามารถทำประตูได้สำเร็จ ทำให้เขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งและยังมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาสามารถกลับยึดตำแหน่งในพื้นที่ 11 ตัวจริงได้อีกครั้ง และยังช่วยให้ทีมมีผลงานที่ดี ซึ่งในฤดูกาลดังกล่าวเขาลงเล่นไปทั้งหมด 39 นัด ยิงไปได้ทั้งหมด 2 ประตู

และยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทางสโมสร ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จในฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งนี่ยังถือว่าเป็นการความแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทางสโมสรและของเจ้าตัวอีกด้วย

ฟาบินโญ่ 5

เกียรติประวัติ

สโมสร โมนาโก :

  • Ligue 1 : 2016–17

สโมสร ลิเวอร์พูล :

  • Premier League : 2019–20
  • UEFA Champions League : 2018–19
  • UEFA Super Cup : 2019

รางวัลส่วนตัว

ยังไม่เคยได้รับรางวัลส่วนตัว

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักเตะ เทพๆ โดย ufa168

**อ่านบทความด้านการเดิมพัน >> คลิ้ก <<