ประวัติของ ริชาร์ลิสัน แนวรุกตัวจี๊ดชาวแซมบ้าของทอฟฟี่สีน้ำเงิน

ริชาร์ลิสัน

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับกองหน้าร่างสูง เป็นแนวรุกตัวจี๊ดชาวแซมบ้า สไตล์ทางฟุตบอลบราซิลเลี่ยนแท้ ๆ ของทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน เขาคือ ริชาร์ลิสัน

ข้อมูลนักเตะ ริชาร์ลิสัน

  • เกิด : 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1997
  • อายุ : 24 ปี
  • สัญชาติ : บราซิล
  • สโมสรปัจจุบัน : เอฟเวอร์ตัน , เบอร์ 7
  • ตำแหน่ง : กองหน้า , ปีก
  • ส่วนสูง : 179 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ ริชาร์ลิสัน

ริชาร์ลิสัน หรือ Richarlison มีชื่อเต็มว่า ริชาร์ลิสัน เด แอนเดรด (Richarlison de Andrade) เขาเกิดที่เมือง โนวา เวเนเซีย ประเทศบราซิล โดยเติบโตขึ้นมาในครอบครัวของชาวนาที่มีฐานะยากจน ทำให้เขาต้องมีชีวิตที่ยากลำบากปากกัดตีนถีบ และ ส่งเสียเลี้ยงดูตัวเองด้วยการเป็นเด็กขายไอติม แต่ถึงแม้ว่าเขาจะต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ และ ดูแลหารายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ในเวลาว่างเขาก็มักจะออกมานั่งดูเพื่อน ๆ เล่นฟุตบอลริบข้างทางอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสในการสัมผัสลูกฟุตบอลเป็นครั้งแรก นั่นจึงทำให้เขาหลงใหลให้กับกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างมาก และ ได้ตัดสินใจห่างจากพ่อแม่ย้ายมาอาศัยอยู่กับคุณลุงที่มีบ้านอยู่ติดกับสนามฟุตบอล

ริชาร์ลิสัน 1

หลังจากที่ริชาร์ลิสัน ได้ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับคุณลุงเขาก็มั่นฝึกซ้อมฟุตบอลเพื่อเพิ่มเทคนิค และ สกิลการเล่นให้กับตัวเองจนเก่ง แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจทำให้ตัวเองมีฟอร์มสะดุดตาทีมงานสต๊าฟโค้ชจากสโมสรใดได้ จนเกือบที่จะถอดใจ และ หันหลังให้กับวงการลูกหนังไปแล้ว แต่ด้วยความพยายาม และ ต้องการที่จะพัฒนาชีวิตครอบครัวให้ดี และ มีความสุข เขาจึงตัดสินใจลงทุนด้วยเงินเก็บจากการขายไอศครีมทั้งหมดเพื่อเดินทางไปคัดตัดตัวกับทางสโมสร อเมริกา มิไนโร่ จนสุดท้ายแล้ว ริชาร์ลิสัน ก็สามารถผลักดันตัวเองเข้าไปเป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนของทีมอคาเดมี่ สโมสร อเมริกา มิไนโร่ ได้สำเร็จ

ริชาร์ลิสันสามารถผลักดันตัวเองให้เข้ามาเป็นหนึ่งได้นักเตะทีมเยาวชนของสโมสร อเมริกา มิไนโร่ ได้สำเร็จในปี 2014 ซึ่งในเวลานั้นเขามีอายุแค่เพียง 17 ปี แต่ก็สามารถฉายแววความเก่งกาจ และ สร้างความประทับให้กับทีมสต๊าฟโค้ชเป็นอย่างมาก เขาใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่ร่วมกับทีมอคาเดมี่แค่ 1 ปีเพียงเท่านั้นก็ถูกผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรในทันที โดยในเวลานั้นทีม อเมริกา มิไนโร่ กำลังโลดแล่นอยู่ในศึก บราซิล ซี่รีย์ บี

ริชาร์ลิสัน 2

การก้าวขึ้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของริชาร์ลิสัน ในครั้งนี้ เขาสามารถโชว์สกิล และ แทรกแซงรุ่นพี่ในทีมหลายคนขึ้นมาเป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงได้อย่างรวดเร็ว และ ยังทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จนฟอร์มไปเข้าตาทีมดังแห่งศึก บราซิล ซี่รีย์ เอ อย่าง สโมสร ฟลูมิเนนเซ่ และ ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาสู่ขอเขาเข้าไปร่วมทีมทันที่ ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี เต็ม

สโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ถือเป็นทีมที่สองที่เห็นความโดดเด่น และ ร้อนแรงในตัวของเขา และ ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวริชาร์ลิสัน เข้ามาร่วมทีมในทันที ซึ่งการที่เขาเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นในแบบฉบับของแซมบ้า บราซิลที่แท้จริง มันจึงทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับรูปแบบการฟุตบอลของทีมได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการฟุตบอลบราซิลได้ในทันที

ซึ่งผลจากการที่เขามีชื่อติดเป็นหนึ่งในนักดาวรุ่งบราซิล บวกกับการขยันฝึกซ้อม และ พัฒนาฝีเท้าจนมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนามนั่นเอง จึงทำให้เขาได้ถูกผลักให้กลายเป็นนักเตะตัวหลักของสโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ในทันที โดยตลอดทั้งฤดูกาล 2017-2018 เขาไม่เคยพลาดในการลงสนามในกับต้นสังกัดเลยสักครั้ง

และด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดร้อนแรงของเขานั้นเองจึงทำให้ชื่อของริชาร์ลิสัน ได้โด่งดังข้ามไปทวีปถึงยุโรปจนทำให้มีหลายสโมสรเริ่มเห็นแวว และ ให้ความสนใจในตัวเขา ซึ่งในช่วงแรกนั้นเขาเกือบที่จะจรดปากกาเซ็นสัญญาย้ายเข้าไปร่วมทีมอยู่กับ สโมสร อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แล้ว แต่สุดท้ายด้วนความที่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่หลงใหลให้กับฟุตบอลอังกฤษ มันจึงทำให้เขาได้ตัดสินใจเปลี่ยนไฟท์บินมาร่วมทดสอบฝีเท้าก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะของสโมสร วัตฟอร์ด ในที่สุด

จากการที่เขาตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งกับทีมขนาดเล็กในลีกอังกฤษแทนที่จะย้ายข้ามไปเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นเป็นเพราะการตัดสินใจจากความคิดในวัยเด็กที่เคยฝันว่าสักวันเขาจะอยากมาเล่นฟุตบอลต่างแดน ที่ประเทศอังกฤษ ในศึก พรีเมียร์ลีก และ ต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอ หรือ ไม่ที่จะก้าวขึ้นไปค้าแข้งให้กับทีมระดับบิ๊กเนม ซึ่งนี่ถือเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของเจ้าตัวอีกครั้ง กับการเลือกย้ายมาค้าแข้งกับทีมระดับล่างในเกาะอังกฤษ

แม้ว่าริชาร์ลิสัน จะถูกสื่อในประเทศบราซิล และ ฮอลแลนด์โจมตีหนักถึงเรื่องนี้ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเจ้าตัว แต่เขาก็ได้พิสูจน์ออกมาให้ทุกคนได้เห็นผ่านผลงานในสนาม ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงฤดูกาลแรกของริชาร์ลิสัน กับศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แต่เขาก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำ 5 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ จากการลงสนามไปทั้งหมด 38 เกม สร้างชื่อให้กับตัวเองได้อีกครั้ง

และด้วยลีลาการเล่นฟุตบอลที่สุดร้อนแรงจนหาตัวจับยากของเขาได้เข้าไปสะดุดตาของ มาร์โก้ ซิลวา ที่ในเวลานั้นนั่งแท่นเป็นกุนซือของสโมสร เอฟเวอร์ตัน อย่างจัง จนไม่รอช้ารีบตัดสินใจดำเนินเรื่องเจรจาของซื้อตัวริชาร์ลิสัน เข้ามาร่วมในทันที

ริชาร์ลิสัน ตัดสินใจเก็ยกระเป๋าอีกครั้ง เพื่อย้ายสโมสรมาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายทีมในครั้งนี้สร้างฮือฮาในหมู่ของแฟนบอล ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยเขานั้นถูกคาดหวังให้เป็นผู้เล่นที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในเกมรุกของทีม

ซึ่งริชาร์ลิสัน ก็ไม่ได้ทำให้แฟน ๆ และ ทีมงานสต๊าฟโค้ชผิดหวังแม้แต่น้อย เพราะเขาสามารถระเบิดฟอร์มเก่ง และ โชว์ลีลาตามฉบับของนักเตะแซมบ้าให้กับแฟน ๆ ได้เห็น แม้ว่าผลงานของทีมจะจบลงทีมอันดับ 8 แต่ด้วยลีลาการลากเลื้อยของเขานั้นก็เป็นที่พูดถึงของสื่อหลายสำนัก พอที่จะทำให้แมวมองของทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปหลาย ๆ ทีมเริ่มหันให้ความสนใจในตัวเขา

แต่ด้วยทัศนะคติ และ ความท้าทายที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองบทเวที พรีเมียร์ลีก บวกกับในฤดูกาล 2020-2021 ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสรครั้งใหญ่ จาการทุ่มทุนคว้า ฮาเมส โรดริเกซ และ อัลลัน เข้ามาในทีม แถมยังมี คาร์โล อันเชล็อตติ นั่งเก้าอี้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีม จึงทำให้เขามั่นใจที่จะอยู่เล่นในถิ่น กูดิสัน พาร์ค ต่อไป

ทางด้านทีมชาติ ถึงแม้ว่าผลงานของสโมสรจะยังคงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ผลงานส่วนตัวของริชาร์ลิสัน นั้นถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งแม้ว่าทีมจะจบได้เพียงแค่อันดับ 11 ของตารางการแข่งขัน แต่ฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงของเจ้าตัวนั้นก็สามารถผลักดันให้เขามีชื่อติดอยู่ทีมชาติบราซิลไปสู้ศึก โคปา อเมริกา 2021 ได้สำเร็จ โดยในทัวร์นาเมนต์นี้เขาเป็นตัวหลักในเกมรุกที่ผสานกับ เนย์มาร์ ได้อย่างเข้าขาเป็นอย่างมาก และ เกือบที่จะพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ได้ในรายการนี้

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากจบการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ โคปา อเมริกา 2021 แล้วริชาร์ลิสัน ก็ยังคงมีชื่อติดอยู่ในทีมชาติบราซิลอีกหนึ่งชุดไปลุยศึกฟุตบอลโอลิมปิก 2020 ซึ่งในรายการนี้เจ้าตัวถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญอย่างแท้จริง โดยเขาสามารถทำแฮตทริกได้ตั้งแต่ในเกมแรกที่ลงสนาม และ จาก 3 ประตูในเกมแรกที่ตะบันใส่ทีมชาติเยอรมันได้นั้น ส่งผลให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะสร้างเกียรติประวัติให้กับตัวเองได้การพาทีมชาติบราซิลผงาดขึ้นเป็นแชมป์คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

เกียรติประวัติ

ทีมชาติบราซิล :

  • Copa América : 2019

ทีมชาติบราซิล U-23 :

  • Summer Olympics : 2020

รางวัลส่วนตัว

  • Campeonato Carioca Team of the Year : 2017

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักเตะดัง โดย ufa168

เครดิต : https://ufabets5.com/ufa168

*บทความเด็ด >> https://ufabets5.com/contentandnews/