ประวัติของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ มิดฟิลด์พันธ์ุดุของผีแดง

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับกองกลางพันธ์แกร่งดาวรุ่งเด็กสร้างของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยอายุ รูปร่าง และ สไตล์การเล่นของเขาทำให้ถูกใจเหล่าสาวกผีแดงกันถ้วนหน้าจึงเป็นความหวังอนาคตตัวหลักของทีม เขาคือ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

ข้อมูลนักเตะ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

  • ชื่อเต็ม : สก็อตต์ ฟรานซิส แม็คโทมิเนย์ (Scott Francis McTominay)
  • เกิด : 8 ธันวาคม ค.ศ. 1996
  • อายุ : 24 ปี
  • สัญชาติ : สกอตแลนด์
  • สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , เบอร์ 39
  • ตำแหน่ง : กองกลาง
  • ส่วนสูง : 193 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ Scott McTominay เกิดที่ประเทศสกอตแลนด์ เขาคือเด็กหนุ่มที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่อายุ 5 ขวบ เขาก็ถูกส่งตัวให้เขามาอยู่กิน และ ฝึกฝนฝีเท้าอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือได้ว่าเป็นโชคดีของเขาที่ได้เรียนรู้วิชาจากบรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า ระบบอคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การบริหารของ เฟอร์กี้ มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ด้วยส่วนสูงที่โตเร็วกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันจึงทำให้เขาถูกส่งลงสนามในตำแหน่งกองหน้าอยู่เป็นประจำ ก่อนที่ วาร์เรน จอยซ์ โค้ชทีมสำรองที่คุมทีมร่วมกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในเวลานั้น เริ่มเห็นแววความขยันที่วิ่งสู้ฟัดตลอดเวลา จะจับให้เขามายืนอยู่ในตำแหน่ง มิดฟิลด์ ที่มีสไตล์การเล่นแบบ Box To Box

แม็คโทมิเนย์ ฝึกฝนวิชาลูกหนังอยู่กับอคาเดมี่ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยความขยันฝึกซ้อม และ พร้อมที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายตลอดเวลา นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับการจับตามองแบบพิเศษ จนกระทั่งเขามีอายุครบ 16 ปี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ได้รับสัญญาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก และ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มที่จะได้รับโอกาสในการก้าวขึ้นมาเก็บประสบการณ์ ด้วยการเข้ามาฝึกซ้อม และ เพิ่มทักษะต่าง ๆ กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามก็ตาม

แม้ว่า แม็คโทมิเนย์ จะได้ก้าวขึ้นมาฝึกซ้อมกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ของ ทัพปีศาจแดง แล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่เขายังเป็นเพียงแค่ดาวรุ่ง และ ไม่มีประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงไม่สามารถที่จะเบียดตำแหน่งขึ้นไปเล่นกับทีมได้ เขาจึงต้องลงไปเล่นอยู่กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เพื่อสะสมประสบการณ์ และ ด้วยความที่เขาเป็นนักเตะที่ขยันวิ่ง และ คอยควบคุมจังหวะของเกมได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด

โดยในซีซั่นนั้น แม็คโทมิเนย์ ได้ลงสนามไปถึง 21 นัด และ ยิงไปได้อีก 3 ประตู ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาเริ่มไปถูกตาต้องใจของ โฆเซ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในเวลานั้น และ ได้ผลักดันให้แข้งรายนี้ขึ้นมาฝึกซ้อมอยู่กับทีมชุดใหญ่อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าโอกาสในการลงสนามกับทีมชุดใหญ่ที่คอยรอคอยนั้นกำลังจะมาถึง

ในปี 2018 โฆเซ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในเวลานั้น ได้ผลักดันให้ แม็คโทมิเนย์ ขึ้นมาฝึกซ้อมอยู่กับทีมชุดใหญ่ก่อนที่จะจับเขาลงสนามในเกม แดงเดือด ที่พบกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งในเกมนัดดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นเกมนัดแจ้งเกิดของตัวเขาเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยการเล่นที่ดูโดดเด่น ด้วยพลังที่มหาศาล วิ่งไปทั่วสนาม และ สามารถพา แมนยู เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 และ หลังจากนั้นเป็นต้นมา แม็คโทมิเนย์ ก็ได้ถูกดันขึ้นมาเป็นนักเตะของทีมชุดใหญ่แบบถาวร

จนกระทั่งฤดูกาล 2018-2019 เกมที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาอย่างแท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น โดยเขาสามารถแจ้งเกิดได้จากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในเกมที่ 2 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องยกทัพไปเยือน ปารีส แซ็ง แฌร์แม็ง ซึ่งในเวลานั้น ทัพปีศาจแดง เพิ่งจะได้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีม โดยในเกมนัดนั้น แม็คโทมิเนย์ โดดเด่นเป็นอย่างมาก เขาสามารถคุมเกมในแดนกลางได้เป็นอย่างดี และ วิ่งไล่บอลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ แมนฯยูไนเต็ด สามารถกลับมาพลิกชนะ เปแอสเช ยิงรัวไปถึง 3 ประตู เอาชนะไปด้วยกฎประตูทีมเยือนผ่านเข้ารอบได้ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญใน แดนกลางได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2019-2020 เรียกได้ว่า เป็นปีที่ แม็คโทมิเนย์ ได้เล่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และ ลงตัวจริงให้ทีมอย่างต่อเนื่องเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก มีช่วงหนึ่งที่ เนมานย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา ได้รับบาดเจ็บต้องพักยาวไปพร้อมกัน ทำให้ดาวเตะชาวสกอตแลนด์ ได้กลายมาเป็นกำลังหลักให้ทีม โดยเข้าจับคู่กับ เฟร็ด กองกลางชาวบราซิล และ ทำผลงานได้ค่อนข้างดี จนมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมจบอันดับ 3 ของตาราง และ คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ อีกครั้ง

จนมาถึง ฤดูกาล 2020-2021 แม็คโทมิเนย์ ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และ ได้กลายมาเป็นตัวหลักของทีมในแดนกลางไปแล้วในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เท่านั้นไม่พอเจ้าตัวยังได้ยกระดับฝีเท้าให้ยอดเยี่ยมขึ้นมาอีก ไม่จำกัดเฉพาะการเล่นเกมรับ แต่ยังเพิ่มความอันตรายในการเล่นเกมรุก และ การยิงประตู หลักฐานที่ชัดที่สุดคือเกมที่ แมนยู เปิดบ้านถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม ในเกมนั้นเขาเหมาซัดคนเดียว 2 ลูก และ เป็นการยิงได้ภายใน 3 นาทีแรกของเกมเท่านั้น แถมยังอีก 1 แอสซิสต์ จนสามารถคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองแบบสุดยอดอย่างมาก

เกียรติประวัติ

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

  • FA Cup runner-up : 2017–18
  • UEFA Europa League runner-up : 2020–21

รางวัลส่วนตัว

  • UEFA Europa League Squad of the Season : 2020–21

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักเตะลูกหนังโดย สโบเบ็ต888

**อ่านบทความส่งเสริมการลงทุนดีๆ >> คลิ้ก <<