ประวัติของ เดวิด เบ็คแฮม เทพบุตรสุดหล่อ ราชาลูกนิ่ง

เดวิด เบ็คแฮม

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับนักฟุตบอลที่หล่อเท่ที่สุดตลอดกาล นักฟุตบอลคนนี้ไม่ได้มีดีแค่น่าตาที่หล่อเหลา คนทั้งโลกได้ตั้งฉายาให้เขาในวงการฟุตบอลว่า ราชาลูกนิ่ง เตะบอลแม่นเหมือนจับวาง เขาคือ เดวิด เบ็คแฮม

ข้อมูลนักเตะ เดวิด เบ็คแฮม

  • เกิด : 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975
  • อายุ : 46 ปี
  • สัญชาติ : อังกฤษ
  • สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (โด่งดังที่สุด)
  • ตำแหน่ง : อดีตกองกลาง
  • ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ เดวิด เบ็คแฮม

เดวิด เบ็คแฮม เป็นหนึ่งในนักเตะในตำนานที่มีชื่อเสียงมากของวงการฟุตบอลใน ค.ศ.นั้น เพราะชายคนนี้ทำให้วงการฟุตบอลสะท้านไปทั่วโลก และทีมที่ปลุกปั้นและแจ้งเกิดของเขาในชีวิตของเขาก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เดวิด เบ็คแฮม 1
เบ็คแฮม ในีสีเสื้อผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เบ็คแฮม ได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 1 ทศวรรษ ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม (ปีศาจแดง) ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสร จากลูกยิง 57 หลาของเขาในเกมที่แข่งกับวิมเบิลดัน หลายคนยังนำคลิปลูกยิงดังกล่าวมาฉายซ้ำแทบจะตลอดเวลา เบ็คแฮม ได้เดินตามรอยฮีโร่ในวัยเด็กของเขาอย่าง ไบรอัน ร็อบสัน ด้วยการเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นนักฟุตบอลเพียงคนเดียวที่สามารถยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกรอบสุกท้าย 3 สมัย

เรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มต้นขึ้นในเดือน กรกฎาคม ปี 1991 เบ็คแฮม ได้ขายวิญญาณของเขาให้กับปีศาจแดง เมื่อแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนหนึ่งได้เดินทางขึ้นเหนือเพื่อที่จะทำการเซ็นสัญญากับทีม แมนยู นั่นก็คือ เดวิด เบ็คแฮม ในวัย 16 ปี และนั้นคือจุดเริ่มต้นของคลาส ออฟ 92 ที่คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ แต่เขาก็ยังคงไม่ได้ลงสนามในทันทีจึงต้องรอเกมประเดิมสนามไปก่อน โดยมาเกิดขึ้นในเกมที่เปิดบ้านเจอลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 1995 หลังจากที่ อังเดร แคนเซลสกี้ส์ ได้ย้ายออกไปจากทีม ทำให้เขาได้โอกาสในการลงเล่นปีกขวา

เบ็คแฮม ทำผลงานให้กับตัวเองเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคนนี้แหละคือของจริง เพราะ เดวิด เบ็คแฮม สามารถยังประตูชัยในรอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพที่พบกับ เชลซี ได้สำเร็จ จนส่งให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รองแชมป์ 2 รายการ

ปี 1996 – 1997 จากลูกยิงที่มีระยะไกลถึงครึ่งสนาม ณ สนามเชลเฮิร์สท พาร์ค ทำให้เขาได้ติดทีมชาติอังกฤษครั้งแรก และฤดูกาลนี้จบลงด้วยการได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก

เบ็คแฮม ได้ไปเตะฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส และมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะตัวเขาเองไม่ได้ลงเล่น 2 เกมแรก ก่อนที่จะมายิงฟรีคิกให้กับอังกฤษในเกมที่เจอกับโคลอมเบีย ในขณะที่เขากำลังจะได้ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ของชาติอยู่แล้ว หากไม่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ในนัดที่ต้องแข่งกับ อาร์เจนตินารอบที่ 2 เนื่องจาก เบ็คแฮม ไปทำฟาวล์ใส่ ดิเอโก้ ชิเมโอเน่ ทำให้ทีมเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน จนทำให้ถูกเขี่ยตกรอบไปในที่สุด

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ แฟนบอลทั้งประเทศรุมกล่าวโทษตัวเขา แต่อย่างไรก็ตามแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเปิดแขนรับอยู่ และนั้นก็ทำให้เขาได้แสดงฝีเท้าอีกครั้ง จากการซัดฟรีคิกใส่ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลที่ 1998 – 1999 และนั้นคือการทำให้ฝันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปถึงจุดที่สูงสุด คือ ทริปเปิ้ลแชมป์

ฤดูกาลต่อมา เบ็คแฮม ได้รับชัยชนะในพรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 4 และถูกโหวดให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีอันดับที่ 2 และ ฤดูกาลที่ 2000 – 2001 เบ็คแฮม มีส่วนสำคัญในการช่วยในการพาทีมชาติ อังกฤษ ไปเตะในฟุตบอลโลก 2002 ด้วยการทำประตูชัยสุดสวย และฤดูกาลที่ 2002 – 2003 เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เขาจะอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เนื่องจากควาสัมพันธ์ระหว่างเขากับ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ค่อยลงรอยมากกันนัก และยังมีเรื่องที่แย่ไปกว่านั้นเนื่องจากทีมปีศาจแดงแพ้ให้กับทีมอาร์เซนอลคาบ้าน ในศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ และนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อผู้จัดการอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บังเอิญไปเตะรองเท้าสตั๊ดบินออกมาจากห้องแต่งตัว ทำให้ไปโดนหน้าของ เบ็คแฮม จังๆ จนคิ้วซ้ายแตก นั่นเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของเขากับทีมที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก

หลังจากนั้น เบ็คแฮม ก็ถูกดร๊อปเป็นตัวสำรองในเกมแชมเปี้ยน ลีก ที่ต้องพบกับ เรอัล มาดริด ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวลงมา และก็สามารถทำประตูให้กับทีมไปได้ถึง 2 ประตู ซึ่งนั้นก็ไม่เพียงพอทำให้ทีมปีศาจแดงต้องแพ้ไปในที่สุด

หลังจากที่ เบ็คแฮม คว้าเหรียญแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 5 จากลูกฟรีคิกในนัดสุดท้ายที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน ปิดฉากบทบาทการเป็นนักเตะของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วได้ย้ายไปค้าแข้งให้กับ เรอัล มาดริด , แอลเอ แกแล็คซี่ , เอซี มิลาน ,ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ ปิดฉากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยการประกาศแขวนสตั๊ดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เกียรติประวัติ

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

  • พรีเมียร์ลีก 6 สมัย : 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03
  • เอฟเอคัพ 2 สมัย : 1995-96, 1998-99
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัย : 1998-99
  • Intercontinental Cup 1 สมัย : 1999
  • คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 4 สมัย : 1993, 1994, 1996, 1997
  • เอฟเอยูธคัพ 1 สมัย : 1991-92

สโมสร เรอัล มาดริด :

  • ลาลuกา 1 สมัย : 2006-07
  • ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา 1 สมัย : 2003-04

สโมสร แอลเอ แกแลกซี :

  • MLS Supporters’ Shield 2 สมัย : 2010, 2011
  • MLS Cup 2 สมัย : 2011, 2012
  • MLS Western Conference
  • Winners (Regular Season) 3 สมัย: 2009, 2010, 2011
  • Winners (Playoffs) 3 สมัย: 2009, 2011, 2012

สโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง :

  • ลีกเอิง 1 สมัย : 2012-13

ทีมชาติอังกฤษ :

  • Tournoi de France 1 สมัย : 1997
  • FA Summer Tournament 1 สมัย : 2004

รางวัลส่วนตัว

  • นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำเดือน (1): สิงหาคม 1996 พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
  • นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ (1): 1996-97
  • FWA Tribute Award: 2008
  • Sir Matt Busby Player of the Year (1): 1996-97
  • UEFA Club Footballer of the Year (1): 1998-99
  • UEFA Club Midfielder of the Year (1): 1998-99
  • Premier League 10 Seasons Awards (1992-93 ถึง 2001-02) :Domestic & Overall Team of the Decade , Goal of the Decade (vs. Wimbledon, 17 สิงหาคม 1996)
  • UEFA Team of the Year 2003
  • Real Madrid Player of the Year (1): 2005-06
  • PFA Team of the Year (4): 1996-97,1997-98,1998-99,1999-2000
  • BBC Sports Personality of the Year (1): 2001
  • ฟีฟ่า 100
  • ESPY Award – Best Male Soccer Player: 2004
  • ESPY Award – Best MLS Player: 2008
  • English Football Hall of Fame: 2008
  • BBC Sports Personality of the Year Lifetime Achievement Award (1): 2010
  • MLS Comeback Player of the Year Award (1): 2011
  • Major League Soccer Best XI: 2011

รางวัลพิเศษ

  • Officer in the Order of the British Empire by Queen Elizabeth II: 2003
  • United Nations Children’s Fund (UNICEF) Goodwill Ambassador (2005-ปัจจุบัน)
  • “Britain’s Greatest Ambassador” – 100 Greatest Britons awards
  • The Celebrity 100, number 15 – Forbes, 2007
  • Number 1 on the list of the 40 most influential men under the age of 40 in the UK – Arena, 2007
  • Time 100: 2008
  • Gold Blue Peter Badge winner, 2001
  • Do Something Athlete Award, 2011

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเทพลูกนิ่ง โดย sagaming66