ประวัติของ เนย์มาร์ สายพริ้วเจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เนย์มาร์

SPORTTOUR จะพาไปรู้จักกับราชาสายพริ้วที่สุดในยุคนี้ สไตล์บอลบราซิลเลี่ยนแท้ๆ และ มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก เป็นสถิติที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง เขาคือ เนย์มาร์ ราชาของเมืองหอไอเฟล

ข้อมูลนักเตะ เนย์มาร์

  • เกิด : 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992
  • อายุ : 29 ปี
  • สัญชาติ : บราซิล
  • สโมสรปัจจุบัน : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง , เบอร์ 10
  • ตำแหน่ง : กองหน้า , ปีก
  • ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นนักฟุตบอลอาชีพของ เนย์มาร์

เนย์มาร์ในสีเสื้อของ ซานโต๊ส

ราชาลูกหนังโลก เปเล่ ได้เป็นผู้ที่ดึงให้เนย์มาร์เข้ามาอยู่ในทีมซานโตส โดยบอกกับ อันโตนิโอ ลิม่าโค้ชเยาวชนคนแรกของเนย์มาร์ว่า เรามีปัญหาแล้วเพราะผมได้เจอกับเด็กอัจฉริยะเข้า แต่ไม่มีทีมให้เข้าเล่น เพราะอายุแค่ 13 ปี อันโตนิโอ จึงได้สร้างทีมชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 15 โดยมีเนย์มาร์อยู่ในชุดนั้นด้วย การแข่งขันที่สร้างความประทับใจแมวมองทีม เรอัลมาดริด คือ นัดที่พบกับ เซา แบร์นาโด้ ซึ่งเป็นทีมชุดเยาวชนที่ แข็งแกร่งอันดับต้นของตาราง เนย์มาร์ทำประตูได้ในขณะที่พึ่งเป่านกหวีด และ ผู้จัดการทีมยังจับมือกันอยู่ จากนั้นเกมก็อยู่ในการควบคุมของทีมซานโตสจนจบเกม

อายุ 14 ปีเนย์มาเดินทางไปสเปนเพื่อเข้าร่วมเล่นกับทีมเยาวชนเรอัลมาดริด ในขณะที่มีสตาร์ดาวดัง Ronaldo, Zinedine Zidane, David Beckham, Roberto Carlos และ Robinho อยู่ในทีม หลังจากนั้น เนย์มาร์ได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกของเขากับ ซานโตส ในอีก 3 ปี และ เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลต่อทีมมากระดับหนึ่งทีเดียว สิ่งที่ทำให้เนย์มาร์จดจำอีกอย่างหนึ่ง คือ การนำทีมคว้าแชมป์โคปา ลิเบร์ตาดอเรส ในงานวันเกิดของเนย์มาร์ ทุกๆปี บุคลากรของซานโตส (พ่อครัว,​ เจ้าหน้าที่สนาม, ​เจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่ง) จะได้รับเชิญไปทานข้าวฉลองวันเกิดด้วยทุกครั้ง เพราะเขาถือว่าทีมประสบความสำเร็จได้ก็มีส่วนมาจากบุคลากรเหล่านี้

เมื่อขึ้นสู่ทีมชุดสโมสรอาชีพซานโตสในปี 2009 เปิดตัวลงแข่งขันด้วยอายุ 17 ปี เนย์มาร์ ในวันที่ 7 มีนาคม 2009 ซึ่งเนย์มาร์ทำได้ 14 ประตูจากการลงแข่งขัน 48 นัด

ในปี 2010 เนย์มาร์ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับเปเล่ ในนัดที่ Santos ชนะ Guarani ไป 8-1 โดยยิงไปทั้งสิ้น 5 ประตู ทำให้สโมสรได้ครองตำแหน่งแชมป์เปี้ยน เป็นปีที่ เวสต์แฮมยูไนเต็ดตัดสินใจเสนอการซื้อขาย 12 ล้านปอนด์ (เป็นการเสนอที่แพงที่สุดของเวสต์แฮมยุคนั้น) และ เชลซีตัดสินใจเสนอการซื้อขายเป็นจำนวนเงิน 20 ล้านปอนด์ เช่นกัน

ในปี 2011เนย์มาร์นำชัยชนะครั้งแรกของ Copa Libertadores กลับคืนสู่สโมสรหลังจากที่เคยทำได้ในสมัยที่เปเล่อยู่เมื่อปี 1963 และ ได้รับรางวัล Puskás Award

ในปี 2012 ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2012 เมื่อเขาอายุครบ 20 ปี เนย์มาร์ทำประตูที่ 100 ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ และ ได้รับการโหวต ว่าเป็น Best player และ Best Forward ได้รับรางวัล Golden Ball, Arthur Friedenreich Award, Armando Nogueira Trophy และ ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของอเมริกาใต้

ในปี 2013 เนย์มาร์ได้ลงแข่งให้กับซานโตสเพียง 1 เกมภายในลีกการแข่งขันเท่านั้นก่อนที่จะบรรลุข้อสัญญาในการย้ายทีมไปยังบาร์เซโลน่า

ซึ่งการเล่นภายใต้ทีมซานโตสนั้นเกิดขึ้นอย่างสวยงามและจบลงด้วยการคว้าแชมป์ Campeonato Paulista 3 สมัยติดในปี 2010, 2011, 2012 ก่อนย้ายทีมในปี 2013

จุดที่แจ้งเกิดมากที่สุดในชีวิตของเขา เริ่มต้นขึ้นที่นี่

เนย์มาร์ ในสีเสื้อ บาร์เซโลน่า

การย้ายทีมเข้าสู่บาเซโลนาของเนย์มาร์อยู่ที่ 57 ล้านยูโร และ มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 190 ล้านยูโร เนย์มาร์ยิงประตูแรกการแข่งขัน Thailand XI ในวันที่ 7 สิงหาคม เป็นช่วงเวลาของการปรับตัวให้เข้ากับสโมสร ของช่วง Pre-Season ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของนักบอลบราซิล ที่โตมากับการกินข้าว, ถั่ว และ ฟาโรฟา, ขนมปัง และเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ต้องเข้าโปรแกรมในการควบคุมอาหาร เสริมสร้างวิตามิน ,โปรตีน และ ระบบขับถ่าย

ในฤดูกาล 2013-14  การแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเนย์มาร์ คือ การลงไปแทนอเล็กซิสซานเชซ ในเกมที่พบกับเลบานเต้ โดยชนะไปในสกอร์ 7-0 และ ศึก El Clásico ครั้งแรกของเขาทำ 1 ประตู และ 1 แอสซิส ทำให้ชนะเรอัลมาดริดไป 2-1 จากนั้นก็ ยิงแฮตทริกในรายการ UEFA Champions League ในวันที่ 11 ธันวาคม

ในฤดูกาล 2014-15 เนย์มาจบฤดูกาลด้วย 39 ประตูในทุกการแข่งขัน ทำให้การโจมตีสามคนของ Messi, Luis Suárez และ Neymar ได้รับการขนานนามว่า “MSN” จบลงด้วย 122 ประตู

ในฤดูกาล 2015-16 เนย์มาร์ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน FIFA Ballon d’Or และได้รับรางวัลเป็นลำดับที่ 3 Messi, Suárezและ Neymar จบสกอร์รวมกันด้วย 131 ประตู

ในฤดูกาล 2016-17 การคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ลีก ชัยชนะเหนือปารีสแซงต์แชร์กแมงใน 6-1 หลังจากนัดก่อนหน้านี้พ่ายแพ้ไป 4-0  ด้วยการทำ 2 ประตู ซึ่งก่อนหน้าเกมการแข่งขัน เขาได้กล่าวไว้ในห้องแต่งตัวว่า “ฉันจะยิงสองประตู และเป็นส่วนสำคัญในการพาเรากลับมาให้ได้”

เขายิงประตูที่ 100 ให้กับสโมสรในเกมที่พบกับ กรานาด้าในเดือนเมษายน เป็นจำนวน 177 นัด ซึ่งเวลาน้อยกว่าเมสซี่ 9 นัด และมีเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่ยิงครบ 100 ประตูให้กับ บาร์ซ่าได้เร็วกว่า และ ลงแข่งเป็นจำนวน 186 นัด กับ 105 ประตู ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยค่าตัวที่แพงมากที่สุดของประวัติศาสตร์ 222 ล้านยูโร ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสนอการซื้อขายจากทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 228 ล้านยูโร ก็ตาม (ตกลงกับพ่อเนย์มาร์ไม่ได้)

สาเหตุที่เขาตัดสินใจย้ายทีม ที่คาดไว้อาจจะเพราะว่า เมสซี่ได้ต่อสัญญากับบาร์เซโลนา และ เปแอสเช ได้ยื่นโอกาสให้ เนย์มาร์ ได้เป็นสตาร์ด้วยการเป็นดวงดาวที่โดดเด่นเหนือใคร

เนย์มาร์ ในสีเสื้อ ปารีส ต้นสังกัดปัจจุบันของเขา

Neymar เข้าร่วมสโมสร ในเบอร์ 10 กับค่าตัวแห่งประวัติศาสตร์ที่ทิ้งอันดับอื่นๆอย่างไม่เห็นฝุ่น การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ผู้เล่นแนวรุกที่ส่งผลกระทบต่อทุกๆเกมการแข่งขัน หนึ่งในตำนานของ บราซิลกล่าวว่า เนย์มาร์ คือ ผู้เล่นที่ดีที่สุด เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ 7 ของโลก ในการเข้ามาอยู่กับปารีส Neymar จะเล่นกับ Kylian Mbappé และ Edinson Cavani นับว่าเป็นอีกคู่ประสานงานที่ยอดเยี่ยมกับการที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งในสัญญาเนย์มาร์จะอยู่เป็นเวลา 5 ปี

ในฤดูกาล 2017-18 การเล่นของเนย์มาร์ไม่ได้หวือหวามากนัก จบฤดูกาลแรกของเขาในปารีสด้วย 28 ประตูใน 30 นัด ค่าเฉลี่ยการยิงประตูอยู่ที่ 0.93 ประตู/เกม เรียกได้ว่าทุกๆเกมการแข่งขันยิงได้เกือบทุกนัด

ในฤดูกาล 2018-19 Neymar พึ่งทำ Hattrick ในรายการ Champions League กับทีม Red Star Belgrade ด้วยสกอร์ 6-1ก่อนที่จะเสมอกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ตกรอบด้วยกฎการยิงประตู

เกียรติประวัติ

สโมสร ซานโต๊ส :

  • กังเปโอนาตูเปาลิสตา : 2010, 2011, 2012
  • โกปาดูบราซิล : 2010
  • โกปาลีเบร์ตาโดริส : 2011
  • เรโกปาซูดาเมริกานา : 2012

สโมสร บาร์เซโลน่า :

  • ลาลิกา : 2014–15, 2015–16
  • โกปาเดลเรย์ : 2014–15, 2015–16, 2016–17
  • ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา : 2013, 2016
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : 2014–15
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ : 2015
  • ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก : 2015

สโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง :

  • ลีกเอิง : 2017–18, 2018–19, 2019–20
  • กุปเดอฟร็องส์ : 2017–18, 2019–20
  • กุปเดอลาลีก : 2017–18, 2019–20
  • ทรอเฟเดช็องปียง : 2018, 2020
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รองชนะเลิศ : 2019–20

ทีมชาติบราซิล :

  • เซาท์อเมริกันยูทแชมเปียนชิป (1) : 2011
  • ซูเปร์กลาซีโกเดลัสอาเมรีกัส (1) : 2011, 2012, 2014
  • เหรียญเงิน โอลิมปิกฤดูร้อน 2012 (1) : 2012
  • ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ : 2013
  • เหรียญทอง โอลิมปิกฤดูร้อน 2016 (1) : 2016

รางวัลส่วนตัว

  • World Soccer Young Player of the Year : 2011
  • Campeonato Brasileiro Série A Best Player : 2011
  • Campeonato Brasileiro Série A Championship Squad : 2010, 2011, 2012
  • Brazilian Silver Ball : 2010, 2011
  • Brazilian Golden Ball : 2011
  • Bola de Ouro : 2012
  • Young Player of the Year (1) : 2011
  • Campeonato Brasileiro Série A Championship Squad (3) : 2010, 2011, 2012
  • Copa Libertadores Championship Squad (1) : 2012
  • Arthur Friedenreich Award (2) : 2010, 2012
  • Armando Nogueira Trophy (2) : 2011, 2012
  • Golden Ball (1) : 2011 – Best Player in Brazilian League by magazine Placar
  • Silver Ball (2) : 2010, 2011 – Best Forward in Brazilian League by magazine Placar
  • Silver Ball hors concours (1) : 2012
  • Golden Boot (2) : 2010, 2011, 2012 – Most goals in all competition in Brazil
  • Copa do Brasil Top scorer (1) : 2010
  • South American Youth Championship Top scorer (1) : 2011
  • นักเตะยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (1) : 2011
  • South American Footballer of the Year (1) : 2011
  • FIFA Puskás Award (1) : 2011
  • Campeonato Paulista Top scorer (1): 2012
  • Copa Libertadores Top scorer (1) : 2012
  • FIFA Confederations Cup Golden Ball (1) : 2013
  • FIFA Confederations Cup Bronze Shoe (1) : 2013
  • FIFA Confederations Cup Dream Team (1) : 2013
  • FIFA World Cup Bronze Boot (1) : 2014
  • FIFA World Cup Dream Team (1) : 2014
  • Golden Year Award : 2014.
  • Samba Gold : 2014
  • UEFA Champions League Top Goalscorer : 2014–15 (tied with Cristiano Ronaldo and Lionel Messi)
  • UEFA Champions League Team of the Season : 2014–15
  • FIFA FIFPro World XI : 2015

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักเตะแข้งทอง โดย ufabet.com