ประวัติศาสตร์ โอลด์ แทรฟฟอร์ด สนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

โอลด์ แทรฟฟอร์ด

SPORTTOUR จะพาท่านไปรู้จักกับสเตเดี้ยม โอลด์ แทรฟฟอร์ด โรงละครแห่งความฝันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และ ไม่ได้มีแต่เพียงแค่ในพื้นหญ้าสนามสีเขียว มีประวัติศาสตร์อีกมากมายให้ท่านได้รับรู้ และ น่าไปมากๆ สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ควรต้องไป เราขอแนะนำ

ข้อมูลของสนามฟุตบอล

ชื่อเต็ม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford)

สถานที่ตั้ง : เซอร์แมตต์ บัสบี้ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

พิกัด : 53°27′47″N 2°17′29″W

เจ้าของทีม : ตระกูลเกลเซอร์

ผู้ดำเนินการ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พื้นสนาม : เดสโซกราสมาสเตอร์

ความจุ : 75,635 ที่นั่ง

ขนาดสนาม : 105 x 68 เมตร (114.8 × 74.4 หลา)

เปิดใช้สนาม : 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1910

ประวัติความเป็นมาของสนามฟุตบอล โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ก่อนอื่นต้องขอยอมรับก่อนเลยว่า สนามฟุตบอล โอลด์ แทรฟฟอร์ด สเตเดี้ยมแห่งนี้ ถือเป็นสังเวียนฟาดแข้งที่บรรดานักฟุตบอลทั่วโลก ต่างใฝ่ฝันที่จะลงเล่นสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะที่นี่คือ สนามเหย้าของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ และ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด กันให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเหล่าสาวกแฟนๆ ปีศาจแดง ยิ่งต้องควรรู้ และ จดจำไว้เป็นอย่างมาก

สนามฟุตบอลโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นสนามเหย้าของทัพ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก สโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ และ มีแฟนบอลทั่วโลก มีการเปิดใช้งานเป็นครั้ง ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ของปีถัดมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด นับเป็นสนามฟุตบอล ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดหากเปรียบเทียบกับสนามฟุตบอลในระดับสโมสร ของประเทศอังกฤษ เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศอังกฤษ เป็นรองเพียงแค่สนาม เวมบลีย์ สนามเหย้าของทีมชาติอังกฤษ เพียงแค่สนามเดียวเท่านั้น และ ยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 8 หากเปรียบเทียบกับสนามฟุตบอลทั่วทวีปยุโรป 

กว่าหนึ่งศตวรรษที่แล้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเพียงผืนแผ่นดินว่างเปล่าบนนิคมอุตสาหกรรม แทรฟฟอร์ด พาร์ค แต่ทุกวันนี้แปรสภาพเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลชั้นดีที่สุดในโลกของเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และ นี่คือเรื่องราวทั้งหมดของ “โรงละครแห่งความฝัน” หรือ “Theatre of Dream”

ย้อนกลับไปในอดีตตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังใช้ชื่อเดิมว่า นิวตัน ฮีธ พวกเขาเป็นเพียงสโมสรฟุตบอลเล็กๆ ทีมหนึ่ง และ ได้เข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลลีก ในปี 1892 และ มีสนามเหย้าที่เข้าขั้นแย่ที่สุดอย่าง “นอร์ท โร้ด” ในมอนซอลล์ ซึ่งสนามมีสภาพราวกับปลักโคลน และ ห้องแต่งตัวก็อยู่ห่างไกลออกไปกว่าครึ่งไมล์ที่ผับ ทรีคราวน์ส แต่ปัจจุบันสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสนามที่ทันสมัย มีสาธารณูปโภค ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร อีกทั้งพลพรรคปีศาจแดง สามารถแต่งตัวให้พร้อมก่อนลงสนามได้โดยไม่สร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในผับท้องถิ่นอีกต่อไป

การย้ายสนามจาก “นอร์ท โร้ด” สู่ “แบงค์ สตรีท” นั้นสภาพสนามไม่แตกต่างกันมากนัก และ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันว่าพื้นสนามนั้นย่ำแย่มาก ประธานสโมสร จอห์น เดวี่ส์ จึงได้ตัดสินใจย้ายห่างจากตัวเมืองไปอีก 5-6 ไมล์ ที่นั่นคือ “แทรฟฟอร์ด พาร์ค” ย่านชานเมือง แมนเชสเตอร์ และเขาได้เรียกสนามแห่งใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ภาพถ่ายจากบน เฮลิคอปเตอร์

โรงละครแห่งความฝันแห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกใช้เป็นสนามเหย้าของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1910 หรือทันทีนับตั้งแต่ก่อตั้งแล้วเสร็จ และ ยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในช่วงปีคริสต์ศักราช 1941-1949 สนามฟุตบอล โอลด์แทรฟฟอร์ด ได้รับเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างรุนแรง จนต้องปรับปรุงสภาพสนามนานกว่า 8 ปี ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองสโมสรร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ ได้ใช้สนามเมนโรด แทนเป็นการชั่วคราว ซึ่งหลังจากสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ถูกปรับปรุงแล้วเสร็จ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับมาลงเล่นเหมือนเดิม แถมยังประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่คุมทีมโดย เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน อดีตกุนซือระดับตำนานของสโมสร ที่พาทีมคว้าแชมป์ได้เป็นจำนวนมาก จนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรฟุตบอลในฝันของนักฟุตบอลทั่วโลก ทำให้สนามฟุตบอล โอลด์แทรฟฟอร์ด ได้รับการขนานนามจาก เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ว่าเป็นเหมือนกับโรงละครแห่งความฝัน ของนักฟุตบอล รวมถึงแฟนบอลทั่วโลก 

โอลด์แทรฟฟอร์ด เริ่มสว่างไสวนับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1957 เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยุโรป เกมกลางสัปดาห์ซึ่งต้องเล่นในช่วงเย็น นั่นหมายถึงพวกเขาต้องมีไฟสนาม และ เกมนัดแรกภายใต้แสงไฟคือก็คือเกมลีก เมื่อ 25 มีนาคม ปี ค.ศ. 1957 ในขณะที่ทีใหญ่อย่าง รีล มาดริด คือทีมแรกจากยุโรปที่มาเล่นภายใต้ไฟสนามใหม่ชั้นยอดที่นี่

ผังของสนาม

แฟนบอลรุ่นเก๋าคงยังจำได้ดีกับนักเตะชื่อ บัสบี้ เบบส์ และ คงจะจำได้อีกเช่นกันถึงความรู้สึกที่เปียกปอนไปด้วยเม็ดฝนพร้อมๆ กับนักเตะในสนาม เพราะอัฒจันทร์ “สเตรตฟอร์ด เอนด์” ชื่อดัง ไม่มีแม้หลังคาไว้บังแดดบังฝน จนกระทั้งใน ปี ค.ศ. 1959 การจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ณ สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้สนามได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้นในช่วงยุค 60 อัฒจันทร์แบบแคนติลิเวอร์ (แบบอย่างต้นกำเนิดของอัฒจันทร์ในปัจจุบันที่ไม่ต้องใช้เสาค้ำยันให้บังทัศนียภาพในเกมการแข่งขัน) ถูกเปิดใช้ใน ปี ค.ศ. 1964 ด้วยงบประมาณในก่อสร้างจำนวน 350,000 ปอนด์ ขณะที่แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเพิ่มมากขึ้นตามความจุของสนาม

สนามฟุตบอลโอลด์ แทรฟฟอร์ด นับเป็นสนามฟุตบอลระดับโลก ที่มีทั้งนักฟุตบอล และ แฟนบอลจำนวนมาก ใฝ่ฝันที่อยากจะเยือนสักครั้งในชีวิต เพราะนอกจากสนามฟุตบอลแห่งนี้ จะเป็นสนามฟุตบอลที่มีความสวยงามเป็นลำดับต้นๆ ของโลกแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ ความเป็นมา รวมถึงมนต์ขลัง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย 

ขอขอบคุณบทความสาระ วงการลูกหนัง โดย ufabet.com

เครดิต >> https://ufabets5.com/